เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คปร. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คปร. แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แผนปรองดอง ที่ยังไม่ตกผลึกความคิด

มุมมอง คกก.ปรองดองของนายจาตุรนต์
นายจาตุรนต์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ชี้แผนปรองดองของรัฐฯ ไม่ใช่แผนปรองดองอย่างแท้จริง และอาจทำให้ประเทศประสบกับวิกฤตมากกว่าเดิม

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เห็นว่าแผนปรองดองของรัฐบาลที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายคณะ ไม่ใช่แผนปรองดองอย่างแท้จริง นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังทำให้ประเทศประสบกับวิกฤตมากกว่าเดิม ถือว่าแผนปรองดองไม่มีอยู่จริง เป็นการซ้ำเติมปัญหา และยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นสองมาตรฐานของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องของการเยียวยา ที่ช่วยเหลือแต่ในภาคธุรกิจ แต่กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตมากถึง 88 คนรัฐบาลกลับละเลย ในขณะเดียวกันยังมีการกวาดล้างที่ทำให้พยานเกิดความหวาดกลัว และไม่กล้าออกมาเป็นพยานว่ารัฐบาลสั่งฆ่าประชาชน ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการอยู่จึงเป็นสิ่งที่ร้ายแรงกว่าสมัย รัฐบาลเผด็จการด้วยซ้ำ

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

“3 ปีแก้ 3 ปัญหาชาวบ้านได้ แม้ตายไม่เสียดายชีวิต”

ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์
โดย โต๊ะข่าวเพื่อชุมชน ศูนย์ข่าวอิศรา

น้ำเสียงมุ่งมั่นแต่อารมณ์ดีของ “เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์” ผู้ผันชีวิตจากข้าราชการกรมป่าไม้ จนได้ฉายาว่า “ดร.เกษตรกร” และปัจจุบันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูป(คปร.) สะท้อนว่าชนบทถูกรุกล้ำด้วยกระบวนการ-นโยบายพัฒนาที่ขาดสมดุล และภายใต้วาระงาน 3 ปีหากแก้ปัญหาหนี้สินฟื้นฟูชีวิตเกษตรกรได้แม้ตายก็ไม่เสียดายชีวิต

ทราบว่าอาจารย์เคยเป็นข้าราชการกรมป่าไม้
ผมเดินเข้ากรมป่าไม้ด้วยความคิดว่าชีวิตต้องการเรียนรู้และใช้วิชาวนศาสตร์ ที่เรียนเพื่อพัฒนาตัวเองและสังคม แรกเริ่มผมทำงานในส่วนการจัดการที่ดินป่าสงวนที่ จ.ตาก ทำทุกอย่างตั้งแต่ภารโรงถึงวิทยากร ได้เรียนรู้จากชาวต่างชาติที่มาทำโครงการในไทย มีโอกาสสำรวจป่าทั่วประเทศและร่วมงานกับเอ็นจีโอหลายกลุ่ม ซึ่งผมมีความสุขดี

แต่พอโตมาระดับหนึ่งก็เริ่มมีปัญหาเพราะต้องทำงานวางแผนระดับกรมชี้แจง ต่อสภาผู้แทนราษฎรทุกปีร่วมกับผู้บริหารระดับสูง ต้องติดต่อกับนักการเมืองมากขึ้น รู้สึกตัวเองอยู่กับมายาคติเหมือน เราวางแผนแต่บนกระดาษ บอกว่าต้องอนุรักษ์ป่าอย่างไร ของบประมาณเท่าไร แต่ไปไม่ถึงข้างล่าง ชุมชนมีปัญหาแต่ไม่มีกระบวนการแก้ไขฟื้นฟูเลย