โดย ธีระ สุธีวรางกูร
นิติราษฏร์ ฉบับ 13
หากไม่หลอกตัวเองจนเกินไป จะพบว่าสังคมไทยไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ปฏิกิริยาอันหลากหลายที่สะท้อนผ่านความรู้สึกนึกคิดและการแสดงออกของบรรดา ผู้คน แสดงนัยยะให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ
จากความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยเมื่อห้าปีก่อน หากผู้เกี่ยวข้องต่อการนี้ได้เข้าใจกันบ้างว่ากับบางเรื่องราว ไม่ว่าจะมีเหตุผลอย่างไร ก็ไม่สมควรกระทำแล้ว การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ก็คงไม่เกิด และเมื่อการยึดอำนาจจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทยไม่ได้มีผลเป็นการล้มล้างรัฐบาล อย่างเดียว แต่ทว่ายังเป็นการทำลายอำนาจการตัดสินใจของประชาชนผู้สนับสนุนรัฐบาลด้วย จากการกระทำด้วยวิธีการที่มิชอบดังนี้ จึงถือเป็นการเปิดม่านให้กับการมาเยือนของวิกฤติการเมืองไทยดังที่เห็นใน ปัจจุบัน ...
ความจริงแล้ว ปัญหาทางการเมืองอาจจะไม่ขยายตัว หากคู่กรณีฝ่ายหนึ่งมีความยับยั้งชั่งใจต่อการใช้อำนาจของตนอยู่บ้าง แต่หลังจากการรัฐประหารสำเร็จลุล่วง เมื่อปฏิบัติการทำลายล้างทางการเมืองต่อคู่กรณีฝ่ายตรงกันข้ามยังคงดำเนินไป อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ พรรคไทยรักไทยได้ถูกยุบไปโดยคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ หัวหน้าพรรคพลังประชาชนซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาล และพรรคพลังประชาชนถูกยุบตามไปโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ