เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2553 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มจับตาขบวนการประชาสังคมไทย ร่วมกับศูนย์ติดตามประชาธิปไตยไทย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ สำนักข่าวประชาธรรมและประชาไท จัดการเสวนาเรื่อง "ทบทวนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทย" ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการอภิปราย: “ขบวนการประชาชนท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน”
กก.ปฏิรูปเชื่อ 'ปฏิรูป' นำสู่การปรองดองได้
บัณฑร อ่อนดำ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ (คปร.) กล่าวว่า มีคนโจมตีคณะปฏิรูปเยอะ แต่อยากจะเรียนว่าเอ็นจีโอมีการคิดเรื่องการปฏิรูปก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน และ นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ส่วนในการต่อสู้ที่มีความขัดแย้งเป็นสี เราคิดกันว่าคงจะลำบากมากหากเอ็นจีโอจะหาญไปปรองดอง โดยมองว่าการปรองดองรัฐบาลคงจะต้องทำเอง แต่สิ่งที่เสนอกับนายกฯ คือน่าจะมีการปฏิรูปสังคมกับปฏิรูปประเทศไทยพร้อมกันไป ไม่มีคำว่าปรองดองเด็ดขาดมีแต่ปฏิรูป ซึ่งสรุปง่ายๆ คือการสร้างความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ
“คุณอานันท์เคยปาฐกถาเองว่านายกฯ เข้าใจผิด ของเราไม่เกี่ยวกับการปรองดอง คณะกรรมการของเรานั้นเป็นอิสระและเชื่อว่าการปฏิรูปจะนำไปสู่การปรองดอง แม้ว่าต้องกินเวลานานก็ตาม เรามองทั้งฝ่ายรัฐและไม่ใช่รัฐ มองในแง่การปฏิรูปสังคม สร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำเท่านั้น” บัณฑรกล่าว
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิรูปการเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิรูปการเมือง แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เสรีชนคนรากหญ้า...หนึ่งเดียวใน คปร.
สมปอง เวียงจันทร์ อดีตแม่ค้าขายปลาบ้านวังสะแบงใต้ ตำบลหนองแสงใหญ่
อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่ล้มละลายเพราะโครงการรัฐอย่าง“เขื่อนปากมูล”
จากคนเรียนจบ ป. 4 ทำงานด้านการต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการสร้างเขื่อนปากมูล ป้าสมปองเป็นบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐโดยตรง และมีความคิดว่า“สังคมไม่เคยเท่าเทียม การใช้กฎหมายและเลือกปฏิบัติรวมถึงความเหลื่อมล้ำมีอยู่จริง มีอยู่ทั่วไปและขยายวงกว้าง ขณะที่คนรากหญ้ารู้จักคิด ต่อสู้ และรู้สิทธิมากขึ้น เพราะกติกาของสมัชชาบอกเสมอว่าใครยิ่งมีแต้มต่อมากมักเอาชนะได้ง่าย”
Labels:
ปฏิรูปการเมือง,
ปฏิรูปประเทศไทย,
ปรองดอง,
ยุบสภา,
สมานฉันท์
วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ทางออกวิกฤตคนไทยฆ่ากันเอง
ศ.ดร. อมร จันทรสมบูรณ์ : ชี้ทางออกวิกฤตคนไทยฆ่ากันเอง
ออกเสียงประชามติ ปฎิรูปการเมือง ก่อนยุบสภา
30 เมษายน 2553 : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ในปัจจุบันนี้ คนไทยเรามีความแตกแยกทั้งในด้านความคิดเห็นและในการกระทำ และเรามีพลังมวลชนกลุ่มหนึ่ง(เสื้อแดง)ออกมาชุมนุมกันอยู่ในที่สาธารณะหลายแห่ง และพยายามเรียกร้องให้มี " การยุบสภา" และก็ยังไม่อาจทราบได้ว่า การชุมนุมนี้จะยุติลงเมื่อใด และอย่างไร รัฐบาลได้พยายามสลายมวลชนและขอพื้นที่คืน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา และแม้ในระยะเวลาต่อมา รัฐบาลได้พยายามที่จะจับตัวแกนนำของพลังมวลชนกลุ่มนี้ ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ที่จะไปจับกุมแกนนำ กลับกลายเป็นฝ่ายที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันเสียเอง ดังเป็นที่ทราบอันอยู่แล้ว. วันนี้ ไม่ว่า กลุ่มพลังมวลชนเหล่านี้จะมาจากที่ใด จังหวัดใด และมาด้วยสินจ้างหรือไม่ แต่ข้อเรียกร้องของกลุ่มพลังมวลชนนี้นั้น มีความแน่นอนคือ เขาต้องการให้มี "การยุบสภา" และให้ยุบเร็วที่สุด

"การเจรจาต่อรองกัน" และถอยกันคนละก้าว ไม่ใช่ทางออก
สิ่งที่ผมประหลาดใจยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ แม้แต่ในขณะนี้และวันนี้ หลังจากเหตุการณ์ที่คนไทยฆ่าคนไทย เมื่อเย็นวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แต่ทำไม "วงการวิชาการ" ของเรา จึงยังคงเชื่อว่า ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาได้ ด้วย "การเจรจาต่อรองกัน" และถอยกันคนละก้าว ระหว่างบรรดานักการเมือง นายทุนเจ้าของพรรคการเมืองด้วยกัน ว่า จะ "ยุบสภา" กันเมื่อไร จะยุบสภาในทันที หรือใน 3 เดือน 6 เดือน ฯลฯ
ทั้ง ๆ ที่นักการเมืองเหล่านี้ ก็คือ ผู้ที่แสวงหาประโยชน์และความร่ำรวยจาก "ระบบเผด็จการ โดยพรรคการเมืองนายทุน(ในระบบรัฐสภา)" ด้วยกัน และ ต่างก็แย่งกันและสลับขั้วเข้ามาเพื่อผูกขาดอำนาจรัฐ ทำไมวงการวิชาการและชนชั้นปัญญาของเรา จำนวนมาก จึงไม่คิดเลยไปให้ไกลสักหน่อยว่า แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ในขณะที่มีการเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง
ออกเสียงประชามติ ปฎิรูปการเมือง ก่อนยุบสภา
30 เมษายน 2553 : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์***
อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ก่อตั้งศาลปกครอง
ในปัจจุบันนี้ คนไทยเรามีความแตกแยกทั้งในด้านความคิดเห็นและในการกระทำ และเรามีพลังมวลชนกลุ่มหนึ่ง(เสื้อแดง)ออกมาชุมนุมกันอยู่ในที่สาธารณะหลายแห่ง และพยายามเรียกร้องให้มี " การยุบสภา" และก็ยังไม่อาจทราบได้ว่า การชุมนุมนี้จะยุติลงเมื่อใด และอย่างไร รัฐบาลได้พยายามสลายมวลชนและขอพื้นที่คืน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา และแม้ในระยะเวลาต่อมา รัฐบาลได้พยายามที่จะจับตัวแกนนำของพลังมวลชนกลุ่มนี้ ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ที่จะไปจับกุมแกนนำ กลับกลายเป็นฝ่ายที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันเสียเอง ดังเป็นที่ทราบอันอยู่แล้ว. วันนี้ ไม่ว่า กลุ่มพลังมวลชนเหล่านี้จะมาจากที่ใด จังหวัดใด และมาด้วยสินจ้างหรือไม่ แต่ข้อเรียกร้องของกลุ่มพลังมวลชนนี้นั้น มีความแน่นอนคือ เขาต้องการให้มี "การยุบสภา" และให้ยุบเร็วที่สุด

สิ่งที่ผมประหลาดใจยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ แม้แต่ในขณะนี้และวันนี้ หลังจากเหตุการณ์ที่คนไทยฆ่าคนไทย เมื่อเย็นวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แต่ทำไม "วงการวิชาการ" ของเรา จึงยังคงเชื่อว่า ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาได้ ด้วย "การเจรจาต่อรองกัน" และถอยกันคนละก้าว ระหว่างบรรดานักการเมือง นายทุนเจ้าของพรรคการเมืองด้วยกัน ว่า จะ "ยุบสภา" กันเมื่อไร จะยุบสภาในทันที หรือใน 3 เดือน 6 เดือน ฯลฯ
ทั้ง ๆ ที่นักการเมืองเหล่านี้ ก็คือ ผู้ที่แสวงหาประโยชน์และความร่ำรวยจาก "ระบบเผด็จการ โดยพรรคการเมืองนายทุน(ในระบบรัฐสภา)" ด้วยกัน และ ต่างก็แย่งกันและสลับขั้วเข้ามาเพื่อผูกขาดอำนาจรัฐ ทำไมวงการวิชาการและชนชั้นปัญญาของเรา จำนวนมาก จึงไม่คิดเลยไปให้ไกลสักหน่อยว่า แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ในขณะที่มีการเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง
Labels:
ปฏิรูปการเมือง,
ปฏิรูปประเทศไทย,
ปรองดอง,
ยุบสภา,
สมานฉันท์
วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วาทกรรมอำพราง “ปฏิรูปประเทศไทย”
จดหมายเปิดผนึกคัดค้านวาทกรรมอำพราง “ปฏิรูปประเทศไทย” : “ภาคประชาชน”
วันที่ 24 มิถุนายน 2553
เรื่อง คัดค้านวาทกรรมอำพราง ต่อต้านกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยอำมหิต
เรียน พี่น้องในขบวนนักพัฒนา ขบวนการประชาสังคม ขบวนการภาคประชาชน ที่เคารพรักยิ่ง
ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินหน้าแผน “ปรองดอง” โดยกำหนดให้การปฏิรูปประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของแผน ซึ่งล่าสุดนายอานันท์ ปันยารชุน และนายแพทย์ประเวศ วะสี ได้ตอบรับเป็นประธานคณะกรรมการกำกับการปฏิรูปและประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปตามลำดับ โดยประธานทั้งสองจะทาบทามบุคคลต่างๆ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ และจะจัดเวทีเพื่อระดมข้อเสนอแนะจากชุมชนท้องถิ่นและองค์กรต่างๆ ต่อไปนั้น (ดูรายละเอียด ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย)
พวกเราในฐานะผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการภาคสังคม ทั้งเจ้าหน้าที่หรืออดีตเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา นักวิชาการ และนักกิจกรรมทางสังคม ที่ติดตาม ศึกษา และร่วมงานกับขบวนการภาคสังคมมาอย่างต่อเนื่อง มีความรู้สึกกังวลและห่วงใยต่อการกำหนดท่าทีของขบวนการต่อการปฏิรูปประเทศไทยในครั้งนี้เป็นอย่างมาก จึงใคร่ขอนำเสนอความเห็นของพวกเราไปยังเพื่อนพี่น้องในขบวนการในประเด็นต่างๆ ดังนี้
Labels:
ปฏิรูปการเมือง,
ปฏิรูปประเทศไทย,
ปรองดอง,
สมานฉันท์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)