เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรีชา ทองเสงี่ยม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรีชา ทองเสงี่ยม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

การปฏิวัติชุมชน : ปรีชา ทองเสงี่ยม

โดย ปรีชา ทองเสงี่ยม
เกษตรกรดีเด่น อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

คำว่า “ปฏิวัติ” ความหมายคือการเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนแปลงที่จะนำเสนอต่อไปนี้คือการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและการที่ผู้เขียนเลือกใช้คำว่า “ปฏิวัติ” ก็เพราะว่าต้องการจุดประกายให้คนหันมาสนใจในเรื่องที่จะกล่าวถึงต่อไป เพราะที่ผ่านมาจะเห็นแต่คำว่า “พัฒนา” และประกอบกับการพัฒนาชนบทที่ผ่านมาได้ผลน้อยมาก จนดูราวกับว่าเป็นการซื้อเวลา ปัญหาต่างๆจึงรุมเร้าและบีบรัดคนชนบทเป็นอย่างมาก จนในที่สุดส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง เช่นเรื่องหนี้สิน เรื่องปัญหาปากท้อง และเรื่องการศึกษาของบุตรหลาน เป็นต้น

คนชนบทแทบจะไม่มีอำนาจต่อรองใดๆในสังคมและถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างมาก และคนในสังคมชั้นสูงยังมองคนในชนบทว่าเป็นคนไม่เอาไหนยากจนและชอบซื้อสิทธิขายเสียง เป็นต้น ปัญหาต่างๆจึงวนเวียนและซ้ำซากมาช้านาน

บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่คนชนบทจะลุกขึ้นมาร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาของตัวเอง การปฏิวัติชุมชน คือ การเปลี่ยนแปลงทางความคิด ในที่นี้คือคิดที่จะพึ่งตนเอง คิดที่จะยืนด้วยขาของตัวเอง ภายใต้องค์ความรู้และวิธีการทั้งหมดที่จะนำเสนอต่อไปนี้และผมได้พิสูจแล้วว่าภายใต้ขอบข่ายการปฏิวัติชุมชน จะสามารถแก้ปัญหาในชนบทได้เกือบทุกปัญหา นั่นหมายถึงจะมีผลในการแก้ปัญหาระดับชาติด้วยเช่นเดียวกัน

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

ปฏิบัติการปฏิวัติชุมชน

ปรีชา ทองเสงี่ยม
เกษตรกร อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

ปรัชญาในการปฏิวัติ
"พอกิน พอใช้ ยั่งยืน ทันโลก"

วัตถุประสงค์ในการปฏิวัติ
1. หยุดความล่มสลายของครอบครัวและชุมชนเกษตรกรรม
2. ขจัดความไม่เป็นธรรมและการถูกเอารัดเอาเปรียบ
3. นำวิถีชีวิตเกษตรกรรมเข้าสู่ความยั่งยืนและมั่นคง
4. สามารถพึ่งตนเองได้และใช้ทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด

ขอบข่ายการทำงาน
1. เพิ่มขีดความสามารถในชุมชนให้สูงขึ้น จากเคยปลูกพืชอาหารสัตว์ มาทำการผลิต เนื้อ นม ไข่ไก่
2. ฟื้นฟูสภาพพื้นที่เพาะปลูกให้กลับคืนมา ด้วยมูลสัตว์และเศษพืชที่เหลือจากการผลิต
3. ฟื้นสภาพครอบครัวและพี่น้อง ในชุมชนที่ต้องออกไปทำงานในเมืองให้กลับคืนมาสู่ท้องถิ่น
4. ผลิตเนื้อ นม ไข่ไก่ คุณภาพดี จากระบบเกษตรกรรมธรรมชาติ มีต้นทุนต่ำ สามารถแข่งขันในตลาดได้