เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มนุษย์กับสังคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มนุษย์กับสังคม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

จะสร้างประชาธิปไตยให้เป็นจริง ได้อย่างไร ?

จะสร้างประชาธิปไตยให้เป็นจริงในประเทศไทย ได้อย่างไร ?

การมุ่งไปสู่การเป็นสังคมประชาธิปไตย คือ อุดมคติของประชาชนในประเทศทั้งหลายทั่วโลกในยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ผู้ซึ่งมีลัทธิประชาธิปไตยเป็นอุดมการณ์ หรือเป็นอาวุธทางความคิด ที่ใช้เป็นวิธีคิดสร้างสังคมให้เป็นประชาธิปไตยอันเป็นความมุ่งหมายสูงสุด สังคมที่เป็นความใฝ่ฝันอันสูงสุดของมนุษยชาติ คือสังคมที่มีความไพบูลย์ ความสันติสุข อิสรภาพ เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ ซึ่งเรียกขานกันทั่วไปว่า “สังคมประชาธิปไตย”

การสร้างสังคมประชาธิปไตยด้วยลัทธิประชาธิปไตยนั้นจะบรรลุความสำเร็จได้จริง จะต้องสร้างให้ครบองค์ประกอบที่สำคัญของระบบสังคมทั้ง 3 ด้าน คือ การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม นั่นคือ จะต้องมีการเมืองประชาธิปไตย โดยมีด้านการเมืองเป็นองค์ประกอบนำ ด้านเศรษฐกิจเป็นองค์ประกอบด้านรากฐาน และด้านวัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบส่วนบนภาพสะท้อน เพราะคำว่า “ระบบสังคม” คือ ทุกส่วนทุกด้านของสังคมนั่นเอง

สังคมประชาธิปไตยเป็นสังคมเปิด เป็นสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลาย เป็นสังคมแบบพหุนิยม ไม่ใช่แบบเอกนิยม หรือทวินิยม ดังนั้นจึงมีความคิดจิตสำนึกของสังคมที่มีจุดยืนบนผลประโยชน์ส่วนรวม มีทรรศนะที่กว้างขวางไม่ยึดติดคับแคบด้านใดด้านหนึ่ง เช่น วัตถุนิยม หรือจิตนิยม มีมรรควิธีวิทยาศาสตร์และเหนือวิทยาศาสตร์ การเมืองของสังคมประชาธิปไตย คือ การเมืองประชาธิปไตย, เศรษฐกิจของสังคมประชาธิปไตย คือ เศรษฐกิจประชาธิปไตย, วัฒนธรรมของสังคมประชาธิปไตย คือ วัฒนธรรมประชาธิปไตย

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ กับสถานการณ์เมืองไทย...ในปัจจุบัน

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กับสถานการณ์การเมืองไทย...ในปัจจุบัน

หากจะกล่าวถึงปราชญ์แห่งสยามประเทศ หลายคนคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ฯพณฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหนึ่งในปราชญ์หลายๆท่านที่มีผลงานให้เราศึกษาอยู่ไม่น้อย ปราชญ์การเมืองผู้รังสรรค์ผลงานผ่านบทกวี ได้สร้างสรรค์อัญมณีทางความคิดไว้มากมาย เรื่องหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเรื่อง "สีแผ่นดิน" บทประพันธ์เรื่องนี้เหมาะนัก ที่จะใช้ศึกษาถึงหัวใจอันแท้จริงของระบอบประชาธิปไตย เพราะนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เล่มนนี้ บอกให้เราทราบถึงเมื่อครั้งที่เรายังไม่เปลี่ยนแปลงการปกครอง อาจเรียกได้ว่าตั้งแต่สมัยที่เรายังไม่มีคำแปลของคำว่า Democracy บอกให้เราทราบว่าเราเปลี่ยนแปลงการปกครองทำไม เพื่ออะไร และเพื่อใคร ยิ่งกาลเวลาผ่านไปนวนิยายเล่มนี้ยิ่งทรงคุณค่าสำหรับยุคสมัยที่ใครๆ อาจหลงลืมไปแล้วว่าประชาธิปไตยคืออะไร...?

นวนิยายเล่มนี้ยังมีการนำไปสร้างภาพยนตร์อีกด้วย ลองไปหาอ่านหาชมกันดู
แต่คำกล่าวของปราชญ์การเมืองท่านนี้ ที่จะนำมากล่าวถึงในบทความนี้นั้น ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านเจอในหนังสือเรียนเรื่อง "มนุษย์กับสังคม : Human and Society" ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่องมนุษย์กับการเมือง ซึ่งเป็นย่อหน้าเล็กๆ แต่อ่านแล้วได้ความหมายลึกซึ้ง...ยิ่งใหญ่