เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสียงส่วนน้อย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสียงส่วนน้อย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ประชาธิปไตยของ “เสียงส่วนน้อย”

นักปรัชญาชายขอบ

เริ่มจะเป็นไปตามที่คาดกันแล้วครับ พรรคการเมืองที่ได้เสียงส่วนใหญ่มาจากประชาชนกำลัง “ถูกบล็อก” ด้วย “เสียงส่วนน้อย” นั่นคือจากนี้ไปคุณจะคิด จะทำ จะขยับซ้าย ขวา คุณต้องเงี่ยหูฟังว่า อภิสิทธิชน อำมาตย์ กองทัพ นักวิชาการ ปัญญาชน สื่อ ที่มี “ต้นทุนทางสังคม” มากกว่า เสียงดังกว่า มีช่องทางการ “ส่งเสียง” มากกว่า พวกเขาจะเสนอให้ทำอะไรและอย่างไร

การเมืองกำลังเดินเข้าสู่เกมการชิงพื้นที่ “ส่งเสียง” เพื่อสร้าง “สงครามวาทกรรม” รอบใหม่ โดยลืมไปว่าการเลือกตั้ง 3 ก.ค. เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุด เป็นการเลือกตั้งในกระแสประวัติศาสตร์การปฏิเสธรัฐประหารและการเรียกร้อง “การเปลี่ยนผ่านสังคมสู่ความเป็นประชาธิปไตย”

และเสียงส่วนใหญ่ที่เลือกพรรคเพื่อไทยก็สะท้อนความต้องการของประชาชนที่ปฏิเสธรัฐประหาร และต้องการสร้างการเปลี่ยนผ่านสังคมสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ซึ่งความต้องการดังกล่าวย่อมผนึกรวมความต้องการความยุติธรรมแก่ 91 ศพ คนบาดเจ็บพิการ และการปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปกติกาเกี่ยวกับสถานะ อำนาจ บทบาทขององคมนตรี และสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องกับหลักเสรีภาพ หลักความเสมอภาค เพื่อปิดประตูรัฐประหารอย่างถาวร

หากความต้องการดังกล่าวของเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตอบสนอง การเลือกเลือกก็จะมีความหมายแค่การเปลี่ยนรัฐบาลจาก “ประชาธิปัตย์” มาเป็น “เพื่อไทย” เพียงเพื่อให้มาทำนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจไปเท่านั้น ส่วนปัญหาการเปลี่ยนผ่านสังคมให้เป็นประชาธิปไตยภายใต้เงื่อนไขการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนที่บาดเจ็บล้มตาย เงื่อนไขการปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปสถาบัน ต้องขึ้นอยู่กับ “เสียงส่วนน้อย” ว่าจะยินยอมหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็บอกได้เลยว่า “ประชาชนตายฟรี” เหมือนกับที่ตายฟรีมาหลายครั้งแล้ว