เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

เครือข่ายประชาชนคัดค้านพลังงานนิวเคลียร์

ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี


วันที่ 27 เมษายน เครือข่ายพลเมืองไทยปฏิรูปพลังงาน เครือข่ายคนไทยไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จังหวัดอุบลราชธานี มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายผู้บริโภค ยื่นจดหมายเปิดผนึกเครือข่ายประชาชนคัดค้านพลังงานนิวเคลียร์ ถึงนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

จดหมายเปิดผนึกเครือข่าย ระบุว่า สืบเนื่องจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2553-2573(แผนพีดีพี 2010) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบไปเมื่อเดือนมีนาคม 2553 โดยมีพลังงานนิวเคลียร์อยู่ในแผน 5,000 เมกะวัตต์ รวมทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติอีกกว่า 30 โรงในระยะ 20 ปีจากนี้ไปนั้น ทราบว่าขณะนี้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำลังพิจารณาที่จะทบทวนปรับปรุงแผนฯ ใหม่ โดยการปรับเลื่อนโครงการพลังงานนิวเคลียร์ออกไปจากแผนเดิม 3 ปี พวกเราซึ่งลงชื่อมาในจดหมายฉบับนี้ มีความเห็นและข้อเสนอต่อการทบทวนแผนพีดีพีในครั้งนี้ ดังนี้

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

โจเซฟ สติกลิตซ์ วิกฤตฟูกูชิมะ กับการจัดการความเสี่ยง

พิภพ อุดมอิทธิพงศ์

ผมชอบอ่านงานของโจเซฟ สติกลิตซ์ (Joseph Stiglitz) ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล หรือเคยทำงานที่ธนาคารโลก แต่เพราะเขาเป็น “นักเศรษฐศาสตร์” ที่มีความลุ่มลึกและสามารถโยงความคิดทางทฤษฎีที่ซับซ้อนเพื่อช่วยให้คนทั่ว ไปทำความเข้าใจกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในโลกได้อย่างง่ายดาย เขามีวิธีคิดและแจงเหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนออกมาโต้แย้งเขาในแง่ของความถูกต้องของข้อมูล เพราะสิ่งที่เขานำเสนอมักได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากข้อมูลที่ผ่านการ วิจัยของเขาและคณะ

งานของเขาที่ผมเริ่มต้นอ่านอย่างจริงจังคือ The Three Trillion Dollar War (“สงครามสามล้านล้านเหรียญ”) ที่กล่าวถึงผลกระทบของสงครามในอิรักครั้งใหม่ (ครั้งที่สอง สมัยประธานาธิบดีบุช) ชื่อของหนังสือก็บอกอยู่แล้วว่า เขาพยายามพิสูจน์ว่าสงครามครั้งนั้นมีต้นทุนสูงมาก และไม่ใช่เฉพาะต้นทุนการเงินเท่านั้น หากยังรวมถึงต้นทุนด้านสังคมอื่นๆ อีกมากมาย สรุปว่า “ไม่คุ้ม”

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

"เทปโก้" จระเข้นิวเคลียร์

โดย เกษียร เตชะพีระ

การหลั่งน้ำตาร่ำไห้สะอึกสะอื้นต่อหน้าธารกำนัลอย่างไม่อายใคร ดูจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบรรดาบิ๊กบอสบริษัทเอกชนญี่ปุ่น เพื่อแสดงสำนึกรับผิดชอบต่อความบกพร่องผิดพลาดในหน้าที่จนก่อปัญหาใหญ่ร้ายแรงแก่สาธารณชนในทำนองที่ ฝรั่งเรียกว่า "mea culpa" หรือถ้าพูดด้วย สำนวนพงศาวดารจีนก็คือ "ผู้น้อยผิดเอง ผู้น้อยสมควรตาย"

ทว่าการหลั่งน้ำตาของผู้บริหารเทปโก้ (TEPCO-Tokyo Electric Power Company บริษัท สาธารณูปโภคด้านพลังงานใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น) ในกรณีวิกฤตสถานีไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟุคุชิมา ไดอิจิ เมื่อ 19 มีนาคม ศกนี้ จะน่าชื่นชมและเห็นใจกว่านี้มาก ถ้ามันจะไม่บ่อยเกินไป และนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขป้องกันปัญหามิให้เกิดซ้ำซากจริงๆ ในทางปฏิบัติ แทนที่จะเอาแต่ร้องไห้และสารภาพผิดเสร็จ ก็เลิกแล้วต่อกัน ลืมหมดลืมสิ้น หันกลับไปทำงาน โหลยโท่ยเลอะเทอะ จงใจละเลยประมาทเลินเล่อ ปิดงำอำพราง โป้ปดมดเท็จ ฯลฯ เหมือนเก่า จน เกิดฉิบหายวายป่วงครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำแล้วซ้ำอีก กระทั่งชาวบ้านเขารู้เช่นเห็นชาติ คาดเดาพฤติการณ์ "วัวหายร้องไห้" ได้

พอเห็นเทปโก้ออกมาร้องไห้สารภาพผิดอีกแล้วทีไร คนญี่ปุ่นจึงพากันเสียวววววทุกที

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

กัมมันตภาพรังสี'ถึงไทยแน่

เหตุลมเปลี่ยนทิศทาง

"สมิทธ" ยัน "กัมมันตภาพรังสี" จากญี่ปุ่นมาไทยแน่ปลายปี เหตุลมเปลี่ยนทิศ จะอันตรายหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของรังสีที่ปล่อยออกมา ปชช.ยังค้านสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ลั่นให้สร้างในกรุงเทพฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชนกับกระบวนการทางนโยบายในการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานนิวเคลียร์ โดยศึกษาจากบทเรียนการกรณภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่นในการป้องกันและรับมือกับสาธารณภัย โดยมีนางนิภา พริ้งศุลกะ ส.ส.นครศรีธรรมราช รองประธานฯ เป็นประธานการประชุม โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนเครือข่ายประชาชนไม่เอานิวเคลียร์ ร่วมแสดงความเห็น

นายลภชัย ศิริภิรมย์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวว่า นับจากที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ประเทศญี่ปุ่นเกิดระเบิด และสารกัมมันตภาพรังสีฟุ้งกระจายไปสู่ท้องฟ้า ทางสำนักงานฯ ได้ตรวจวัดค่ารังสีในประเทศไทย ล่าสุดมีค่าเท่ากับศูนย์ นอกจากนั้นได้เตรียมการป้องกันโดยจัดหน่วยงานตรวจรังสีบุคคลที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น หรือบุคคลที่สงสัยว่าจะสัมผัสกับกัมมันตภาพรังสี

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554

นิวเคลียร์ในฝัน

สมชาย ปรีชาศิลปกุล


ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงานปรมาณูของไทยคนหนึ่งได้แสดงความเห็น ว่า ในทางทฤษฎีแล้วยังไม่อาจเรียกกรณีโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นซึ่งถูก คลื่นยักษ์สึนามิถล่มว่าเป็นการระเบิดได้ และรวมทั้งการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีก็ยังไม่น่าอยู่ในระดับที่เป็น อันตรายต่อชีวิตของผู้คนได้

ความเห็นที่น่าอัศจรรย์ใจนี้เป็นปัญหาอย่างแน่นอนอย่างน้อยก็กับสื่อมวล ชนแทบทั้งหมด ที่รายงานข่าวโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ต่างก็ใช้ถ้อยคำที่มีความหมายถึงการ ระเบิดแทบทั้งสิ้น ทั้งกับสื่อมวลชนในไทยและที่รายงานข่าวเป็นภาษาอังกฤษ (ส่วนสื่อญี่ปุ่นจะใช้คำที่มีความหมายอย่างไรก็ทราบได้เนื่องจากไม่มีความ รู้ภาษาญี่ปุ่น) อันมีความหมายว่าสื่อมวลชนกำลังรายงานข่าวที่ไม่ใช่ความจริงในทางทฤษฎี

รวมทั้งกับรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่ง “กระต่ายตื่นตูม” ทำการอพยพผู้คนจำนวนนับแสนออกจากพื้นที่โดยรอบของโรงงานที่ได้เกิดการบึ้ม ขึ้น (คงต้องขอใช้คำนี้ไปก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับความเห็นในทางทฤษฎีของผู้เชี่ยว ชาญไทยซึ่งบอกว่าไม่ใช่การระเบิด) ทั้งที่ระดับของกัมมันตภาพรังสียังไม่อยู่ระดับที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

สถานการณ์การผลักดันโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

และการเคลื่อนไหวคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์

มิถุนายน ๒๕๕๐ รัฐบาล คมช. เห็นชอบแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ๒๐๐๗ (แผนพีดีพี ๒๐๐๗)
โดยมีพลังงานนิวเคลียร์อยู่ในแผน ๒,๐๐๐ เมกะวัตต์

ตุลาคม ๒๕๕๐ จัดตั้ง "สำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์"
ตั้งงบประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาท สำหรับเตรียมการระยะที่ ๑ (๒๕๕๑-๒๕๕๓)

ตุลาคม ๒๕๕๐ กฟผ.ว่าจ้าง บริษัท เบิร์น แอนด์ โร ศึกษาความเหมาะสม และสถานที่ตั้งโครงการ

มีนาคม ๒๕๕๓ รัฐบาลอภิสิทธิ์ อนุมัติแผน พีดีพี ๒๐๑๐ เพิ่มขนาดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็น ๕,๐๐๐ เมกะวัตต์

กรกฎาคม ๒๕๕๓ กฟผ.สรุปผลการคัดเลือกพื้นที่จะตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์
๑. อุบลราชธานี ๒.นครสวรรค์ ๓.ตราด ๔.สุราษฎร์ธานี ๕.ชุมพร

ธันวาคม ๒๕๕๓ กฟผ.เสนอพื้นที่ให้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

กฟผ.ตั้งงบประมาณกว่า ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อจัดรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่หลายจังหวัดให้ประชาชนยอมรับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

มกราคม ๒๕๕๔ กฟผ.เริ่มถูกต่อต้านจากชาวจังหวัดอุบลราชธานี จึงมีความพยายามจะมาใช้พื้นที่ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แทน เนื่องจากมีแหล่งน้ำดิบในเขื่อนลำปาว

ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ กฟผ.เริ่มจัดสัมมนาประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์

๗ มีนาคม ๒๕๕๔ ประชาชนในพื้นที่อำเภอห้วยเม็ก เริ่มรวมตัวกันตรวจสอบข้อมูลเพื่อเตรียมการเคลื่อนไหวคัดค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

๘ มีนาคม ๒๕๕๒ เครือข่ายพลเมืองประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ (คปท.กาฬสินธุ์) และแนวร่วม เครือข่ายพลเมืองฯ อีก ๔ จังหวัด ได้แก่ คปท.ร้อยเอ็ด มหาสารคาม หนองคาย และชัยภูมิ เตรียมการรณรงค์คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียรี์

๑๑ มีนาคม คปท.กาฬสินธุ์ขึ้นป้ายคัดค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และแจกแถลงการณ์ ฉบับที่ ๑ ในพื้นที่อำเภอห้วยเม็ก

๑๒ มีนาคม ประชาชนในอำเภอห้วยเม็กและอีกหลายอำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์ตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างมากหลังทราบรายงานข่าวอุบัติภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่นจากเหตุสึนามิ

๑๓-๑๔ มีนาคม คปท.กาฬสินธุ์ รวบรวมทุนทรัพย์ เครื่องมือและอุปกรณ์ โดยการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และ คปท.อีก ๔ จังหวัดในภาคอีสานเคลื่อนไหวเตรียมการจัดขบวนรถรณรงค์คัดค้าน

๑๔ มีนาคม ๒๕๕๔ กฟผ.ยังคงเดินหน้าจัดสัมมนาประชาชนเพื่อเตรียมการตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ขณะที่วันเดียวกันนี้ โฆษกรัฐบาล ปณิธาน ออกมาแถลงข่าว นายกอภิสิทธิ์ สั่งทบทวนโครงการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และว่า โดยส่วนตัวนายกอภิสิทธิ์ก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งขัดกับข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔ คปท.๕ จังหวัดภาคอีสาน เคลื่อนขบวนรณรงค์คัดค้านทั่วจังหวัดกาฬสินธุ์
และอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ อีกครั้งหนึ่ง ที่หน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์

นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เพิ่งรู้ข้อมูลเป็นทางการครั้งแรก พร้อมให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเต็มที่ ย้ำชัดเจนน้ำในเขื่อนลำปาวจะต้องถูกใช้เพื่อการเกษตร การอุปโภค บริโภค ของพี่น้องกาฬสินธุ์เท่านั้น

หลังจากนั้นผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ได้รับหนังสือคัดค้านและฟังคำแถลงการณ์แล้ว พร้อมชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหา สร้างความพอใจให้กับผู้ชุมนุมและแยกย้ายกันกลับบ้านโดยสงบ

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

คปท.กาฬสินธุ์ ออกแถลงการณ์คัดค้าน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

คปท. ๕ จังหวัดภาคอีสานร่วมต้าน

แถลงการณ์ฉบับที่ ๑
เรื่อง
คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

จากการดำเนินงานมวลชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป้าหมายจะก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจัหวัดกาฬสินธุ์นั้น พี่น้องประชาชนในจังหวดกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียง ได้ตื่นตระหนกตกใจกลัว โรงไฟฟ้ามหาภัย์นิวเคลียร์แห่งแรกของไทยจะกลายเป็นเมรุเผาศพขนาดใหญ่ในประเทศ ทั้งนี้เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นมีประโยชน์มหาศาลก็จริง แต่ก็มีโทษมหันต์ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่รับผิดชอบโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)

ประการแรก โดยตัวของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีกัมมันตภาพรังสี ถ้ารั่วออกมาเหมือนโรงไฟฟ้าเชอโนบิลของรัสเซีย จะมีคนรอบโรงไฟฟ้ารัศมี ๒๐๐ กิโลเมตร รับรังสีกันทั่วหน้า คนที่ถูกรังสีแล้วจะตายด้วยโรคมะเร็งในเร็ววัน ส่วนคนภายในโรงไฟฟ้าและใกล้ๆโรงไฟฟ้านั้นไม่ต้องพูดถึง ถูกรังสีเผาเกรียมตายอย่างอนาถ ในกรณีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดินเครื่องตามปกติไม่มีรังสีรั่วออกมา แต่มลภาวะด้านสิ่งแวดล้อมก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะมลภาวะทางอากาศและน้ำ เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้น้ำหล่อเย็นปริมาณมหาศาล กฟผ. ต้องใช้น้ำดิบที่มีอยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์จนแทบหมดแต่เพียงผู้เดียว ชาวนาชาวไร่ในจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียงจะไม่มีน้ำทำการเกษตร

ประการที่สอง กฟผ. เป็นหน่วยงานที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะดูแลรักษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะภายใน กฟผ. มีการทุจริตคอรัปชั่นชุกชุม ทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนจัดซื้อที่ดินก่อสร้างโรงไฟฟ้า ต่อมาก็ทุจริตโครงการก่อสร้าง ทำให้โรงไฟฟ้ามีคุณภาพต่ำ ตัวโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ก่อสร้างผิดสเป็ค เพราะการคอรัปชั่นแล้ว คนรับกรรมคือประชาชนในจังหวัดที่โรงไฟฟ้านั้นตั้งอยู่

จากเหตุผลสองประการนี้ ประชาชนผู้มีหูตาแจ่มใสในทุกจังหวัด จึงค้ดค้านโรงไฟฟ้าคุณภาพต่ำของ กฟผ. ดังที่พี่น้องชาวอุบลราชธานี ชาวประจวบคีรีขันธุ์ และชาวนครศรีธรรมราช ได้ปฏิเสธโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาแล้วทั้งสิ้น

ประชาชนชาวกาฬสินธุ์จึงขอประกาศเจตนารมย์คัดค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด และจะขับไล่ผู้เป็นนายหน้าและพนักงาน กฟผ. ออกจากพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ในโอกาสต่อไป

เครือข่ายพลเมืองประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย
จังหวัดกาฬสินธุ์ (คปท.กาฬสินธุ์)
๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔