โพสต์ทูเดย์ประกาศเลือกข้าง “ประชาธิปัตย์” ไม่เอา “เพื่อไทย”
วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๙:๔๗ น.
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ในเครือบางกอกโพสต์ ประจำวันที่ 23 พฤษภาคม 2554 คอลัมน์ของอสนีบาต หน้า A4 ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าตัดสินใจเลือกว่าที่ผู้แทนพรรคการเมืองที่ต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้า ไม่เอาด้วยกับมายาภาพตะแล้ดแต๊ดแต๋
อสนีบาตได้เขียนบทความข่าวซุบซิบหน้า A4 ของไทยโพสต์ให้ความหมายที่ชัดเจนว่าการเลือกพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้การเมืองเดินหน้าได้ การเลือกพรรคเพื่อไทยจะทำให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษตั้งแต่ถูกรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นสำเนียงของมนุษย์โคลนนิ่ง นับเป็นการแสดงท่าทีอย่างเปิดเผยและกล้าหาญของสื่อมวลชนที่เลือกข้างพรรคประชาธิปัตย์ และปฏิเสธพรรคเพื่อไทย ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง หลังจากที่พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคได้ส่งคนเข้าไปซื้อหุ้นใหญ่ในสื่อมวลชนค่ายยักษ์ 2 ค่ายเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว
นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่าตนได้เตือนคนไทยให้ได้รู้โดยทั่วกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ว่าอำนาจการเมืองและทุนสามานย์ได้ทำให้การเมืองกับสื่อต้องผูกโยงเข้าด้วยกัน พึ่งพาอาศัยและทำมาหากินด้วยกัน ทำให้เกิดสภาพสื่อขายตัว สื่อขายชาติ เช่นเดียวกับนักวิชาการขายตัวและนักวิชาการขายชาติ ซึ่งเร่งฝีก้าวหายนะและกลียุคให้กับชาติบ้านเมือง ดังนั้นในบ้านเมืองของเรายามนี้เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนจึงไม่มีใครสนใจ โพนทะนาว่ากล่าวกันด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของคนชั่วช้าสารเลวทั้งสิ้น กระแสสื่อจำนวนมากในวันนี้ยกย่องเชิดชูสนับสนุนคนชั่วช้าสารเลว เหยียดหยามประณามคนดี เข้าทำนองกระเบื้องเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยจะถอยจม ซึ่งเป็นสัญญาณการสิ้นชาติ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพื่อไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพื่อไทย แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554
เมื่อสื่อเลือกข้าง
Labels:
ประชาธิปัตย์,
เพื่อไทย,
โพสต์ทูเดย์,
สื่อมวลชน
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
แนวโน้ม 7 ประการหลังการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554
ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(20 ก.ค.54) ศูนย์ติดตามประชาธิปไตยไทย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จัดเสวนาโต๊ะกลม "วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง และแนวโน้มรัฐบาลใหม่" ดำเนินรายการโดย สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา สะท้อนความต่อเนื่องของเทรนด์บางประการของระบบการเมืองและการเลือกตั้งไทย ตั้งแต่หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมา โดยมีแนวโน้ม 7 ประการ ได้แก่ 1) มุ่งสู่ระบบสองพรรคการเมืองใหญ่อย่างชัดเจน แม้จะมีการเปลี่ยนไปใช้รัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อทำลายระบบสองพรรคการเมืองใหญ่และความเข้มแข็งพรรคการเมือง
2) แม้ว่าจะมี 2 พรรคการเมืองใหญ่ แต่การแข่งขันระหว่าง 2 พรรคไม่สูสี ตั้งแต่ก่อนใช้รัฐธรรมนูญ 40 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แพ้การเลือกตั้ง 6 ครั้งต่อเนื่อง ขณะที่การเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งสองครั้ง ปชป.ไม่เคยได้ที่นั่งเกิน 165 ขณะที่จุดที่เลวร้ายที่สุดของพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังมี 233 ที่นั่ง ซึ่งมากกว่าจุดที่ ปชป.ทำได้สูงสุด ดังนั้น ช่องว่างของ 2 พรรคใหญ่ มีถึง 80 ที่นั่งเป็นอย่างต่ำ โดยเทรนด์นี้เกิดตั้งแต่ 2544
Labels:
การเมือง ระบบ 2 พรรค,
การเลือกตั้ง,
ประชาธิปัตย์,
เพื่อไทย
วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554
จดหมายเปิดผนึกถึง ดร.ทักษิณ ชินวัตร
เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือควาย
“ไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งต้องมาเขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ทำคุณประโยชน์ให้คนไทยมากที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยมีนายกฯ มา”
แต่วันนี้ยอมรับว่าทนไม่ไหวจริงๆ เมื่อเห็นร่างรายชื่อ (โผ) นักการเมืองที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปของพรรคเพื่อไทยในระบบบัญชีราย ชื่อ ที่มีชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวศ อดีต ผบ.ตร. รวมอยู่ด้วย
ถ้านายกทักษิณไม่ขี้ลืมเกินไป คงจะพอจำได้ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ คือผู้ที่สั่งปราบคนเสื้อแดงอย่างเฉียบขาดจนถึงกับเลือดตกยางออก พิการ และล้มตาย (ฟรี) ในช่วงที่จะขึ้นมาเป็บ ผบ.ตร. เมื่อครั้งกลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนขบวนกลางดึกไปบ้านสี่เสาเทเวศน์ ท่านยังจำได้อยู่หรือไม่
อยากถามหัวใจนายกทักษิณด้วยว่า ชีวิตคนเสื้อแดงที่ยอมตาย ยอมต่อสู้เพื่อท่านมากว่า 5 ปีเข้าไปแล้วนี่ มันไร้ค่า มันไม่มีความหมายต่อท่านเลยหรือไง หรือพวกเรามันก็เป็นเพียงแค่ 1 เสียงเล็กๆ ที่ท่านบวก ลบ คูณ หาร ดูแล้ว คงไม่มีปัญญาช่วยท่านแย่งเก้าอี้ ส.ส.บุรีรัมย์จากเนวิน ชิดชอบ ในการเลือกตั้งที่จะถึงมาให้พรรคของท่านได้ ความต้องการจะเอาชนะทางการเมืองโดยเอาใครก็ได้ (ที่เคยทำร้ายคนเสื้อแดงทั้งทางตรงหรือทางอ้อม) มาเป็น สส.โดยไม่สนใจว่าจะเหยียบย่ำหัวใจคนเสื้อแดงอย่างไร น่าจะเป็นสิ่งที่ท่านควรทบทวนและใตร่ตรองอย่างรอบครอบอีกครั้ง
วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554
ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เปิดแผน"ปชป.-มาร์ค" รีเทิร์น !!
และทำไม ยิ่งลักษณ์-ยังไม่ใช่-มิ่งขวัญ-ยังไม่ชัวร์?
เมื่อกระดานการเมือง ฝ่ายเพื่อไทยสั่นไหว หาหัวไม่พบวอร์รูม-ฝ่ายประชาธิปัตย์ ตั้งวงวิเคราะห์แบบ "SWAT analysis"
"ประชาชาติธุรกิจ" สนทนากับ "ชำนิ ศักดิเศรษฐ์" ประธานวอร์รูม ในดงประชาธิปัตย์ ที่อาคารรัฐสภา
ประวัติ ศาสตร์ที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถจะกลับมาเป็นรัฐบาล สมัยที่สอง แบบต่อเนื่อง ถูก "ชำนิ" ชำแหละ อธิบาย ปลดปมเงื่อนไข ทีละเปลาะ
เขา บอกว่า สมัยแรก สมัย ชวน หลีกภัย เราไม่ชนะ แพ้พรรคความหวังใหม่ ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ห่างกัน 2 เสียง เราได้ 123 เขาได้ 125 สมัยนั้นความหวังใหม่ไปควบรวมพรรคย่อย ทำให้มี ส.ส.มากที่หนึ่งตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง นี่คือการควบรวมพรรคครั้งแรก เดิมเมื่อคุณชวนเป็นนายกฯ เรามี ส.ส. 80 กว่าคน แต่เมื่อเลือกตั้ง เราได้เพิ่มเป็น 123 คน แต่เราไม่ได้เพิ่มจากการควบรวม เราชนะตัวเราเอง แต่ไม่ชนะคู่แข่ง
Labels:
ทักษิณ,
ประชาธิปัตย์,
เพื่อไทย,
อภิสิทธิ์
วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554
ข้อถกเถียงที่สร้างสรรค์ ในขบวนการเสื้อแดง
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
ที่มา : ประชาไท
จุดเด่นของเราชาวเสื้อแดงคือ ขบวนการของเราเป็นขบวนการที่มีความหลากหลายทางความคิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราทราบดี และเราไม่ควรปฏิเสธ เรามีเสื้อแดงแบบ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” ซึ่งอาจมีทัศนะต่างกันภายในกลุ่ม เช่นอาจเป็นคนที่ชอบแนวทางของ อ.ธิดา หรือชอบแนวทางของคุณจตุพร ... มีเสื้อแดงรักทักษิณ มีเสื้อแดงไม่เอาทักษิณ มีเสื้อแดงวันอาทิตย์สีแดง มีเสื้อแดงรักเจ้า มีเสื้อแดงไม่เอาเจ้า มีเสื้อแดงสาย อ.สุรชัยที่เรียกตนเองว่า “สยามแดง” และพูดเอามันเพื่อสร้างภาพ มีเสื้อแดงสาย อ.เสริฐ-อ.ชูพงษ์-นปช.ยูเอสเอ ที่สร้างความสับสนและช่วยทหารโดยการเน้นด่าเจ้าเรื่องเดียว มีเสื้อแดง 24 มิถุนายน และมีเสื้อแดงสังคมนิยมอย่างผม ฯลฯ นอกจากนี้ในแต่ละพื้นที่มีกลุ่มเสื้อแดงของแต่ละชุมชนด้วย ซึ่งอาจมีมุมมองตามสายการเมืองหลากหลายที่พูดถึงไปแล้ว
เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเพื่อคัดค้านเผด็จการอำมาตย์มาถึงจุดนี้ และเรื่องประชาธิปไตยกับการคัดค้านอำมาตย์เป็นจุดร่วมที่เชื่อมพวกเราไว้ เป็นหนึ่งเป็น “เสื้อแดง” และเราก็ควรพยายามรักษาความสามัคคีท่ามกลางการต่อสู้เสมอ แต่บัดนี้เราต้องพูดความจริงด้วย ต้องยอมรับข้อแตกต่างทางแนวคิดที่มีจริง และเปิดใจพร้อมที่จะถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางและสายความคิดดังกล่าวอย่างเปิดเผย เพราะมันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเลย มันเป็นลักษณะแท้และธรรมดาของ “ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม” โดยเฉพาะขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ
Labels:
คนเสื้อแดง,
ใจ อึ้งภากรณ์,
ทักษิณ ชินวัตร,
นปช.,
เพื่อไทย,
สังคมนิยม
วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
