เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คนเดือนตุลา 2516

แตกหัก
-------------------------------------------
ในระหว่างที่มีการต่อสู้กันนั้น นักศึกษาและประชาชนได้ผนึกกำลังกัน และเผากรมประชาสัมพันธ์ ด้วยความโกรธแค้น ที่ได้ออกข่าวให้ร้ายป้ายสีตลอดเวลา แต่สารวัตรทหารเรือ ในความควบคุมของ น.อ.หม่อมหลวง เพ็ญศักดิ์ กฤดากร สามารถพูดขอร้องนักเรียนนักศึกษาไว้ได้ ส่วนสถานที่ราชการที่วอดวายในเพลิง คืก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สำนักงาน กตป. กองบัญชาการตำรวจนครบาล และโรงพักนางเลิ้ง นอกจากนั้นยังมีรถยนต์อีกหลายคันทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถเมล์ ถูกเผาและทำลายด้วย

แม้ว่าจอมพลถนอม จะลาออกจากการบริหารปะเทศไปแล้ว เมื่อตอนเย็นวันที่ 14 ตุลาคม แต่ในตอนดึกตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น จอมพลถนอม กิตติขจร ยังคงสั่งการให้ทหารตำรวจใช้มาตรการรุนแรง ปราบปราม นักเรียน นักศึกษาและประชาชน โดยอ้างอำนาจในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด และยังได้ระบุว่าผู้ที่ต่อต้าน ทหารตำรวจ เป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ จึงเกิดความคลางแคลงใจ ในหมู่นิสิตนักศึกษาและประชาชนมาก โดยเชื่อกันว่า พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร เป็นผู้สั่งการเองในตอนหลัง โดยอาศัยชื่อจอมพลถนอม และจอมพลประภาส
การปะทะกัน ระหว่างนิสิตนักศึกษาและประชาชน กับตำรวจ ทหาร ยังคงมีต่อไป แต่ไม่รุนแรงนัก อย่างไรก็ดีฝ่ายนักศึกษาก็ยังคงตรึงกำลังกันอยู่ เพราะไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงอีกเมื่อใด

และเนื่องจากสถานการณ์ไม่อาจจะคืนสู่สภาวะปกติได้ เพราะเมื่อเกิดการนองเลือดแล้ว ฝ่ายนักศึกษาและประชาชน ก็ได้ประกาศสู้ตาย ทั้งยืนยันที่จะสู้จนถึงที่สุดจนกว่าจะไม่มีบุคคลทั้งสาม ในประเทศใน อันได้แก่ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร และพันเอกณรงค์ กิตติขจร
ข่าวจากกองบัญชาการสวนรื่นฤดีแจ้งว่า เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 15 ตุลาคม บุคคลทั้งสามดังกล่าวต้องยอมรับคำขาดของ พลเอกกฤษณ์ สีวะรา ผู้บัญชาการทหารบก โดยไม่มีเงื่อนไข คือให้ออกไปเสียจากประเทศไทย เพื่อให้เหตุการณ์ทั้งหลายสงบเรียบร้อย

ในระหว่างที่เกิดความตึงเครียดนั้น ปรากฎว่าครอบครัวของจอมพลถนอม กิตติขจร และพันเอกณรงค์ ได้อพยพเข้าไปอยู่ในสวนรื่นฤดีแล้ว เพราะเกรงอันตราย และกลัวว่า หน่วยกล้าตาย ของนิสิตนักศึกษา จะบุกเข้าไปเอาตัวมาฆ่า
หลังจากที่บุคคลทั้งสาม ยอมจำนน แต่โดยดีแล้ว พลเอกกฤษณ์ สีวะรา และพลโทประเสริฐ ธรรมศิริ แม่ทัพภาคที่1 ก็เข้าควบคุมสำนักงานกองบัญชาการในสวนรื่นฤดีทั้งหมด และได้เตรียมจัดเครื่องบินให้บุคคลทั้งสาม เดินทางออกนอกประเทศ
รายงานข่าวแจ้งถึงแผนการณ์ของบุคคลทั้งสามว่า หลังจากที่จอมพลถนอม พ้นจากตำแหน่งยานกรัฐมนตรีแล้วนั้น แต่ก็ยังเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดอยู่ และจะขอมีส่วนร่วมในการจัดรัฐบาลร่วมกับ นายสัญญ ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วย หากไม่ตกลงจะใช้กำลังทหารบังคับ โดยอ้างว่ากลุ่มของตนยังมีอำนาจบังคับบัญชาการทหารอยู่ ในที่สุดก็แตกหักกันเสียก่อน

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ออกมาประกาศ เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 15 ตุลาคม มีใจความว่า
เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเพื่อยังความสงบสุขและสันติสุขมาสู่ประชาชนชาวไทย จอมพลถนอม กิตติขจร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และจอมพลประภาส จารุเสถียร รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด จึงได้ลาออกจากราชการ และได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปต่างประเทศแล้ว พร้อมกับ พันเอกณรงค์ กิตติขจร จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

จอมพลประภาส จารุเสถียร กับ พันเอกณรงค์ กิตติขจร พร้อมคณะผู้ติดตาม ครอบครัวและผู้ใกล้ชิด 21 คน เดินทางออกจากสนามบิน กองบินที่ดอนเมือง โดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 15 ตุลาคม โดยมีพล.อ.อ.บุญชู จันทรุเบกษา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้อำนวยความสะดวกทุกอย่างให้ รายงานข่าวยังแจ้งอีกด้วยว่า คณะของผู้เดินทางได้ขนเอาทรัพย์สินไปด้วยทั้งหมดเป็นจำนวนถึง 50 กระเป๋า
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า จอมพลประภาส จารุเสถียร ขึ้นไปบนเครื่องก่อน ส่วนพลเอกณรงค์ กิตติขจร ตามขึ้นไปทีหลัง ด้วยอาการหวาดผวาอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม จอมพลถนอมยังคงกบดานเงียบอยู่ที่ดอนเมือง ตลอดวันที่ 15 ตุลาคม โดยพักอยู่ที่บ้านพักรับรองของกองทัพอากาศ ที่ดอนเมืองนั่นเอง ก่อนจะออกเดินทางเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่16 ตุลาคม โดยเครื่องบินของสายการบิน T.W.A. มุ่งตรงไปบอสตันประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ร่วมเดินทางประกอบด้วย ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร ร.อ.สุวิทย์ ยอดมณี ลูกเขย และนาง ทรงสุดา ยอดมณี ลูกสาวคนเล็ก

สำหรับจอมพลประภาส จารุเสถียร กับพันเอกณรงค์ กิตติขจร กับคณะนั้นได้เดินทางไปใต้หวัน แล้วพักอยู่ที่นั่น โดยไม่มีใครทราบว่า จะมีแผนการณ์เดินทางไปที่ไหนต่ออีก

แหล่งข่าวแจ้งว่า จอมพลประภาส จารุเสถียร และพันเอกณรงค์ กิตติขจร โอนเงินในธนาคารไปด้วยจำนวนมาก และมีพ่อค้าบางคนแอบเดินทางไปพบที่ฮ่องกงด้วย ส่วนจอมพลถนอม นั้น ได้เบิกเงินราชการลับ 200 ล้านบาทไปด้วย โดยคำสั่งอนุมัติผ่านมือ เจ้ากรมการเงินกระทรวงกลาโหม

หลังจากสถานีโทรทัศน์ และวิทยุกระจายเสียงทุกแห่งได้ประกาศข่าว จอมพลถนอม และพรรคพวกได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ประชาชนนับล้าน นิสิตนักศึกษา พากันไชโยโห่ร้องด้วยความยินดี เหตุการณ์ร้ายต่างๆ ก็คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และเวลาประมาณ 20.45 น. วันที่15 ตุลาคม นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกปราศรัยทางโทรทัศน์ว่า


"พี่น้อง ตำรวจ ทหาร นิสิต นักศึกษา และประชาชนที่รัก ขณะนี้เหตุการณ์ในบ้านเมืองของเราคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระวิตกกังวล ห่วงใยเป็นอย่างมาก ในเหตุการณ์ครั้งนี้ จนกระทั่งไม่มีเวลาที่จะพักผ่อนตามปกติธรรมดา เป็นที่น่าเห็นพระทัยยิ่งนัก แต่ทั้งสามพระองค์ก็ยังทรงมีพระพลานามัยปกติดีอยู่ นิสิตนักศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ก็ได้ให้ความร่วมมือ กับรัฐบาลขวนขวายเต็มใจในอันที่จะยังความสงบสุข ให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ขณะนี้ได้ทราบว่า การชุมนุมของนิสิตนักศึกษา และชระชาชน ได้สลายตัวเกือบหมดสิ้นแล้ว นับเป็นที่น่าขอบใจในความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี การที่ยังมีการกระทำอันไม่ชอบ เช่นการกระทำความเสียหาย ต่อสถานที่ของทางราชการ ในแหล่งต่างๆอยู่ในขณะนี้นั้น ก็น่าจะเป็นการกระทำของคนเหล่าอื่นที่มิใช่นิสิตนักศึกษา หรือนักเรียน ทางราชการจะต้องบำบัดปัดป้องการกระทำดังกล่าวนี้โดยกวดขัน

สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ทุกอย่างจนลุลาวงไปด้วยดี ด้วยความอดทน เข้มแข็ง ระมัดระวัง และลำบากยากยิ่งนัก ข้าพเจ้าขอขอบใจ และขอชมเชยไว้ ณ โอกาสนี้ทั่วกันทุกคน ในที่สุดข้าพเจ้าขอให้ชาวไทยทุกคนทุกหมู่เหล่า ยึดหลักธรรมในพระศาสนา ที่ให้มีความเมตตากรุณาต่อกัน อย่าเบียดเบียนทำร้ายกัน จงสมัครสมานกันอย่างมั่นคง ในกิจการทุกอย่าง และขอให้ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด้จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงห่วงใยใน สวัสสดิภาพและความสงบสุขของประชาชน และได้พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ ในทุกสถานและทุกกาล สวัสดี"

ศูนย์กลาวนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 20.30 น. ว่า รัฐบาลชุดเก่าได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชน ในการบริหารประเทศมาก บัดนี้รัฐบาลได้ลาออกแล้ว และพรบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มรพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว รัฐบาลใหม่สัญญาว่า จะให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งยังจะร่วมมือกับนักเรียน นิสิตนักศึกษาอย่างศิษย์กับครู ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ จึงขอย้ำในความร่วมมือ กับประชาชนในการ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ระบอบประชาธิปไตย โดยยึดมั่นในเอกราชของชาติ และพระมหากษัตริย์ตลอดไป.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา