เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานวิจัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานวิจัย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554

รู้แล้ว ทำไมคนไทย "หน่อมแน้ม"

โถ ! ตัวเลขงบฯวิจัยแค่ 0.2% ติดกลุ่มต่ำสุดในโลก


วันที่ 9 มีนาคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานแสดงปาฐกถาป๋วย อึ๊งภากรณ์ ครั้งที่ 12 ในหัวข้อเรื่อง "วิทยาศาสตร์เพื่ออะไร" โดยศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ ห้องกิจกรรม ชั้น 2 หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวตอนหนึ่งถึงความ อ่อนด้อยในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของไทย ว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา น้อยมากประมาณ 0.2% ของ GDP สัดส่วนนี้ติดอยู่อย่างนี้มา 20- 30 ปีแล้ว ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุดในโลก มีนักวิจัย 600 คน ต่อประชากร 1 ล้านคนในการทำการวิจัยและพัฒนา ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วจะมีสัดส่วนของการวิจัย และพัฒนาประมาณ 2-3 % ของ GDP และมีนักวิจัยมาทำงานประมาณ 5,000 คน ต่อประชากร 1 ล้านคน

แม้รัฐบาลปัจจุบันจะมีนโยบาย และในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 พยายามมุ่งว่า ปี 2015 จะมีนักวิจัยประมาณ 15 คน ต่อประชากร 1 หมื่นคน หรือ มีนักวิจัย 1,500 คนต่อประชากร 1 ล้านคน และงบฯ วิจัยและพัฒนา 1 % ของ GDP และยังระบุด้วยว่า เป็นของภาคเอกชนประมาณ 70 % ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า ก็ยังต้องไปอีกไกลมากเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในโลกนี้ ดังนั้น เราต้องการนโยบายที่ชัดเจน โดยต้องการความมุ่งมั่นและกรอบคิด (mindset) ของทั้งประเทศ

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางสังคม

คมชัดลึก : 3 ม.ค. 2554

นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้า โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางสังคมในกรุงเทพฯ (Development of Strategic Plan for Social Reconciliation in Bangkok Metropolitan)

ซึ่ง กทม.ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ทำการศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน ตามกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางสังคม หลังเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ

หลังจากที่ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัย 12 แห่งที่จะร่วมวิจัย อาทิ ม.รามคำแหง ม.ธุรกิจบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ เป็นต้น ดำเนินการจับคู่กับมหาวิทยาลัยเพิ่มอีก 12 แห่ง รวมเป็น 24 แห่ง งบประมาณรวม 72 ล้านบาท เพื่อเตรียมทำกระบวนการกลุ่ม และทำแบบฟอร์มคำถามที่จะใช้สำรวจทำวิจัยกับชุมชนใน 6 กลุ่มโซนทั่วกรุงเทพฯ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันนั้น ขณะนี้ สถาบันพัฒนาประชากรชุมชนหรือพีดีเอ ของนายมีชัย วีระไวทยะ ได้อบรมนักวิจัยจากทุกมหาวิทยาลัยแล้ว โดยทุกมหาวิทายาลัยได้ลงพื้นที่เพื่อทำวิจัยรวม 96 ชุมชนประมาณกลางเดือน ม.ค.54

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

งานวิจัยชุมชน “จุดระเบิด” เคลื่อนประเทศ

ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย” รอง ผอ.สกว.

“อยู่บนหอคอยงาช้าง-งานวิจัยขึ้นหิ้ง” เป็นคำแสลงใจนักวิชาการ โต๊ะข่าวเพื่อชุมชนสัมภาษณ์ “ดร.ลีลาภรณ์ บัวสาย” รอง ผอ.สกว. ในฐานะองค์กรศูนย์รวมงานวิจัยชุมชนของประเทศ และผู้มีทัศนะว่าองค์ความรู้จุดระเบิดจากภายใน-สร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ให้ “ชุมชนแข็งแรงจัดการตนเองได้” ไม่ใช่ม็อบหรือเงิน

ช่วยให้คำนิยามที่บอกภาพองค์กร สกว.สั้นๆด้วยค่ะ

อุดมคติ ของ สกว.คือ“เข็มที่เล็งคือสร้างการเปลี่ยนแปลง” คือเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีต้องใช้ความรู้ ถึงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีหางเสือ มีเหตุมีผล ไม่ใช่พวกมากลากไป

ความเป็นมาของอาจารย์ กับงานวิจัยชุมชนเป็นอย่างไรค่ะ?