เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิวัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิวัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

ยุบสภา – หลีกเลี่ยงสงคราม หยุดวงจรรัฐประหาร

โดย จาตุรนต์ ฉายแสง

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
อ่านแถลงการณ์ของรัฐบาลต่อกรณีปัญหาความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชาแล้วแสดงว่า ข้าราชการที่เป็นคนเขียนยังมีสติอยู่ ไม่ก้าวร้าวเหมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กำลังสร้างปัญหาให้ หนักเข้าทุกที

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแสดงความ ก้าวร้าว ข่มขู่กัมพูชาแถมยังด่ากราดอีกหลายประเทศ แสดงถึงความไร้วุฒิภาวะ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นรัฐมนตรีอีกต่อไป

รัฐบาลนี้ยืนยันตลอดว่าปัญหา แก้ ได้โดยการเจรจาของ 2 ประเทศ ไม่จำเป็นต้องอาศัยประเทศที่ 3 แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่คือ การสร้า้งเงื่อนไขให้ต้องมีคนอื่นเข้ามา รัฐบาลนี้กำลังพาประเทศไปในทางที่มีแต่เสียกับเสีย และความเสียหายนับวันมีแต่จะมากขึ้นๆ

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การปฏิวัติของไพร่(ฟ้าข้าแผ่นดิน) (๒)

ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ* : เขียน
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์*


     ผมเริ่มนั่งลงเขียนบทความเรื่อง "การปฏิวัติของไพร่" ตอนที่ 2 ต่อ ในบ่ายของวันที่ 5พฤษภาคม อันเป็นวันฉัตรมงคล และเป็นวันหยุดทางราชการ ทำให้มีเวลามานั่งเขียนบทความต่อได้สะดวก ก่อนจะเข้าสู่เรื่องขอแวะดูประวัติความเป็นมาของวันฉัตรมงคลนิดหน่อยก่อน (การเข้าใจปัจจุบันจะทำได้ดียิ่งขึ้น หากมีความรู้ความเข้าใจในอดีตทั้งของตนและของคนอื่นบ้าง)


วันฉัตรมงคลเป็นสิ่งประดิษฐ์ขึ้นใหม่
     ถ้าถามว่าวันฉัตรมงคลเป็นประเพณีมาแต่สมัยใด ผมเดาว่าคนส่วนใหญ่ผู้มีการศึกษาคงตอบว่าต้องเป็นประเพณีเก่าแก่คู่อาณาจักรไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะวันฉัตรมงคลหมายถึงวันฉลองครบรอบปีการบรมราชาภิเษกพระเจ้าแผ่นดิน ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะเริ่มต้นตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเรื่อยมาถึงกรุงศรีอยุธยา แล้วจึงถึงกรุงรัตนโกสินทร์มาปฏิบัติกันอยู่ในรัชกาลปัจจุบัน

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การปฏิวัติของไพร่(ฟ้าข้าแผ่นดิน) (๑)

ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ* : เขียน
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์*


     เมื่อปีที่แล้วผมได้เขียนบทความหลายตอนว่าด้วย "การกบฏของมวลชน" (The Revolt of the Masses) ซึ่งตีพิมพ์ในวิภาษา ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๑๘ ถึง ๒๐ (พค.-กย. ๒๕๕๒) มูลเหตุที่ผมให้ความสนใจในประเด็นดังกล่าว ผมได้แถลงไว้ดังนี้ …

"ปรากฏการณ์ในสามปีมานี้ ได้สร้างการเคลื่อนไหวใหม่ทางการเมืองขึ้นในสังคมไทย นั่นคือการก่อรูปและพัฒนาอย่างไม่เคยมีมาก่อนของขบวนการมวลชน อันประกอบด้วยผู้คนพลเมืองจำนวนมหาศาล มวลชนเหล่านั้นไม่ได้เคลี่อนไหวอย่างปกติธรรมดา หากแต่เข้าร่วมการต่อสู้ในรูปแบบและวิธีการต่างๆ ถึงขั้นที่ใช้วิธีการเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐและรัฐบาลโดยตรง อย่างไม่หวั่นเกรง ไม่ประนีประนอม พร้อมจะใช้การบีบคั้นหลากหลายกลยุทธ์ บางครั้งถึงขั้นที่พร้อมจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรง บ้างยึดที่ทำการของรัฐบาล สถานีโทรทัศน์ฯ ยึดถนนและปิดเส้นทางการจราจร ปฏิบัติการทั้งหลายล้วนปริ่มขอบเขตและความชอบธรรมทางกฎหมาย ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ฝ่ายปกครองและยุติธรรม ยอมรับตัวอักษรและการตีความในรัฐธรรมนูญอย่างกว้างเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญสยามไทยจากปี ๒๔๗๕ มา เหนือสิ่งอื่นใด ขบวนการมวลชนที่ประท้วงและเดินขบวนขนานใหญ่นั้น ได้ประกาศจุดหมายของการต่อสู้ต่อต้านของพวกตนว่า คือการโค่นล้มหรือทำให้รัฐบาลที่ปกครองอยู่นั้นล้มพังทลายหรือสลายไป นั่นคือเป้าหมายอันสูงสุดของการต่อสู้ทางการเมือง คือการช่วงชิงอำนาจรัฐมาเป็นของพวกตน"