คำสัมภาษณ์พี่เหวง นี้ ได้สะท้อนให้เห็นอย่างรวบยอด ถึงปัญหาของ นปช. ทีผมพยายามจะเสนอมาตลอด (และที่คนเสือแดงมากขึ้นๆ มีปัญหากับ นปช.) นั่นแหละครับ
พี่เหวงตอบคำถาม โพสต์ทูเดย์ ตอนหนึ่ง ดังนี้
อ้างอิง:กรณี อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการจากธรรมศาสตร์ ที่เสนอให้แดงนปช.เคลื่อนไหวเรื่องสถาบัน
"ผมไม่ทราบ แต่ความจริงเราชัดเจนอยู่แล้วนะ เราต้องการ Constitutional Monarchy ภาษาไทยก็คือ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข มันชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก ตัวอย่างเช่น รูปแบบในอังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดน เดนมาร์ก เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์"
พี่เหวง - อ.ธิดา ย่อมทราบดี (เช่นเดียวกับทีคนไทยทุกคนย่อมทราบดี) ว่า "ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข" ของไทยในขณะนี้นั้น ไมใช่เลย เป็นคนละเรื่องเลย กับ Constitutional Monarchy "รูปแบบในอังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดน เดนมาร์ก เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์"
คนละเรื่องเลย (คงไม่ต้องยกตัวอย่าง? แค่ประเด็น การโฆษณาประชาสัมพันธ์ 24 ชม. เรื่องสถาบันกษัตริย์นี่ นอกจากไทย แล้ว ประเทศพวกนั้นมีหรือ?
แค่ประเด็น กฎหมายหมิ่นฯ ประเทศพวกนั้น มีแบบของไทยหรือ? ที่เนเธอร์แลนด์ เขาด่าควีนเป็น whore แค่โดนปรับไม่กี่พันยูโร นะครับ)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชาธิปไตยไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชาธิปไตยไทย แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
"พรรคเพื่อไทย" กับ "ประชาธิปไตยไทย"
โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
ที่มา : มติชน 6-12-2010
ที่มา : มติชน 6-12-2010
ในขณะที่จำนวนมากของคนเสื้อแดงได้ก้าวพ้นทักษิณไปแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยยังก้าวไม่พ้น และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือ ทักษิณที่ พท.ก้าวไม่พ้นนั้นคือตัวบุคคล ไม่ใช่สัญลักษณ์การมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนเล็กๆ ไม่ใช่นโยบายที่ตอบสนองต่อความจำเป็นของคนเล็กๆ (คือการเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิต) และไม่ใช่แม้แต่ "ประชาธิปไตย" อย่างที่ พท.ชอบกล่าวอ้าง
จุดยืนทางการเมืองที่เด่นชัดของ พท.คือการเอาทักษิณกลับมา มีนโยบายที่ได้แถลงแก่ประชาชนอย่างชัดเจนว่า จะมีขั้นตอนอย่างไร จนในที่สุดทักษิณก็สามารถกลับสู่ประเทศไทยโดยไม่มีคำพิพากษาติดตัว
แต่ จะกลับมาทำอะไร (ทางการเมือง) พท.ไม่มีคำตอบชัดเจน จะให้เข้าใจโดยนัยยะว่าเพื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก (หรือเป็นต่อไปเหมือนไม่เกิดรัฐประหารใน พ.ศ.2549) ก็ไม่สู้จะชัดเจนนัก หรือให้กลับเข้ามาเพราะเป็นความเป็นธรรมที่จะให้กลับมา พท.ก็ไม่ได้เน้นเรื่องของความไม่เป็นธรรมเป็นหลัก อย่างน้อยก็เน้นประเด็นนี้ไม่เท่ากับที่เสื้อแดงเน้น พท.วางเงื่อนไขไว้อย่างเดียว คือหาก พท.สามารถได้ที่นั่งในสภาเกินกึ่งหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า
แต่อย่างน้อยนักการเมืองที่เจนเวทีในพรรคก็คงรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้มากไปกว่ากโลบายหาเสียง
Labels:
แก้รัฐธรรมนูญ,
ประชาธิปไตยไทย,
ฝ่ายค้าน,
พรรคเพื่อไทย
วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553
การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยไทย ในสายตา "ดร.โกร่ง"
4 ปัจจัยบวก 4 ปัจจัยฉุด การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยไทย
ในสายตา "ดร.โกร่ง" วีรพงษ์ รามางกูร ,ที่มา : มติชน
อย่าคิดว่าเรามีแต่ปัจจัยลบ ทั้งที่เรามีปัจจัยบวกที่ดีกว่าประเทศอื่นอยู่มาก"
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมโรงแรมสยามซิตี้ นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นักการเมืองรุ่นใหม่-กับแนวทางพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธาน และมูลนิธิคอนราด อเดนาวร์
นายวีรพงษ์ หรือ ดร.โกร่ง กล่าวถึงความสำคัญในส่วนของการเมืองที่เป็นปัจจัยในการพัฒนาประเทศไปสู่ระบบประชาธิปไตย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในด้านการผลิต การโทรคมนาคม และสื่อสารมวลชน ที่ได้ทำลายกำแพงของระบอบประชาธิปไตยแบบปิด และทำให้สังคมที่พยายามฝืนกระแสโลกาภิวัฒน์จะประสบกับปัญหาต่างๆ ทั้งในเรื่องการชะงักงันทางเศรษฐกิจ และการต่อต้านจากสังคมโลก จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกว่าทั่วโลกมีความตระหนักถึงความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
ในสายตา "ดร.โกร่ง" วีรพงษ์ รามางกูร ,ที่มา : มติชน
อย่าคิดว่าเรามีแต่ปัจจัยลบ ทั้งที่เรามีปัจจัยบวกที่ดีกว่าประเทศอื่นอยู่มาก"
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมโรงแรมสยามซิตี้ นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นักการเมืองรุ่นใหม่-กับแนวทางพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธาน และมูลนิธิคอนราด อเดนาวร์
นายวีรพงษ์ หรือ ดร.โกร่ง กล่าวถึงความสำคัญในส่วนของการเมืองที่เป็นปัจจัยในการพัฒนาประเทศไปสู่ระบบประชาธิปไตย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในด้านการผลิต การโทรคมนาคม และสื่อสารมวลชน ที่ได้ทำลายกำแพงของระบอบประชาธิปไตยแบบปิด และทำให้สังคมที่พยายามฝืนกระแสโลกาภิวัฒน์จะประสบกับปัญหาต่างๆ ทั้งในเรื่องการชะงักงันทางเศรษฐกิจ และการต่อต้านจากสังคมโลก จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกว่าทั่วโลกมีความตระหนักถึงความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
Labels:
การเมือง,
ดร.โกร่ง,
ประชาธิปไตยไทย,
วีรพงษ์ รามางกูร
วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553
“ศ.ทามาดะ โยชิฟูมิ” อภิปรายการเมืองไทยร่วมสมัย
เชิงอรรถและคำอธิบายเป็นการเพิ่มเติมโดย “ประชาไท”
24 สิงหาคม 2010
“ทามาดะ โยชิฟูมิ” อภิปรายเรื่องประชาธิปไตย “แบบไทยๆ” ที่ไม่มีวันเหมือนเดิมหลังจากมีการเลือกตั้ง ผ่่านพฤษภา 35 กระทั่งมีรัฐธรรมนูญ 2540 ชี้การปกครองแบบประชาธิปไตยถ้าปฏิเสธอำนาจอธิปไตยของประชาชนและการเลือกตั้งก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย และฝ่ายที่สู้กับประชาชนไม่มีวันชนะ

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เชิญ ศาสตราจารย์ทามาดะ โยชิฟูมิ (TAMADA Yoshifumi) อาจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มาบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการเมืองร่วมสมัยของไทย ที่ห้องประชุมชั้น 8 อาคาร HB7 คณะมนุษยศาสตร์ โดยการอภิปรายของอาจารย์ทามาดะ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เสรีภาพพลเมืองยังอยู่ในระดับที่ 4
Labels:
กองทัพ,
การเลือกตั้ง,
ประชาธิปไตยไทย,
ผลสำรวจ,
ระบบรัฐสภา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)