เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัฐสวัสดิการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัฐสวัสดิการ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

รัฐสวัสดิการกับความจริงในประเทศไทย

วิกฤติการเมืองไทยตั้งแต่รัฐประหาร ๑๙ กันยายังไม่มีแนวโน้มจะสิ้นสุด ความเจ็บปวดและความอดทนของเพื่อนเสื้อแดงล้านๆ คนทั่วประเทศหมายความว่าเราต้องเดินหน้าในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแท้ ไม่ใช่แค่ย้อนกลับไปสู่สภาพสังคมก่อนการทำรัฐประหาร ส่วนสำคัญของประชาธิปไตยแท้คือเรื่องความเป็นธรรมทางสังคม เพราะถ้าพลเมืองไทยทุกคนไม่มีความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ ก็ยากที่จะมีสิทธิเสรีภาพทางประชาธิปไตย และไม่มีทางที่จะมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยเหตุนี้เราจึงเสนอว่าคนเสื้อแดงต้องเรียกร้องรัฐสวัสดิการ (ถ้วนหน้า-ครบวงจร-จากภาษีก้าวหน้า) คู่ขนานไปกับข้อเรียกร้องเรื่องประชาธิปไตย

1. รัฐสวัสดิการ (Welfare State) คืออะไร?
ในยุคปัจจุบัน ไม่มีประเทศไหนที่ไม่มีสวัสดิการสำหรับคนจนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วระบบสวัสดิการที่พบในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย มีลักษณะที่ไม่ครอบคลุม แยกส่วน และไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนได้

รัฐสวัสดิการ (Welfare State) เป็นระบบสวัสดิการรูปแบบที่พัฒนาไปถึงระดับสูงสุดสำหรับระบบทุนนิยม และถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democrat) รัฐสวัสดิการมีลักษณะพิเศษคือ

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นโยบายที่พรรคการเมืองไม่พูดถึง

คอลัมน์ : เส้นแบ่งความคิด หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
โดย อาจารย์สุชา จุลเพชร
ที่ปรึกษา สภานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

ต่อหน้าสถานการณ์เลือกตั้งกระชั้นเข้ามา พรรคการเมืองเก่าใหม่ทุกขนาดต่างก็เสนอนโยบายใหม่ๆ ตามความเข้าใจกันเอาเองว่ายุคสมัยนี้การเลือกตั้งต้องสู้กันด้วยนโยบาย มิใช่ใช้เงินกับความนิยมตัวผู้สมัครและชื่อเสียงของพรรคเหมือนในอดีตเสียแล้ว พรรคการเมืองใดมีนโยบายดี มีท่าทีปฏิบัติได้จริง พรรคนั้นจะได้เปรียบ

ความสำคัญของนโยบายพรรคต่อการเลือกตั้งเพิ่งจะเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในปี 2544 ต่อจากนั้นก้าวถึงจุดสูงสุดในปี 2548 พรรคไทยรักไทยเจ้าของนโยบายประชานิยมได้รับชัยชนะอย่างงดงามทั้งสองครั้ง ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งไม่เคยเห็นคุณค่าของนโยบายต้องพ่ายแพ้อย่างหมดท่าทั้งสองครั้ง นับจากนั้นเป็นต้นมาทุกพรรคการเมืองเชื่อว่าการมีชีวิตรอดในสนามเลือกตั้งย่อมชี้ขาดด้วยนโยบายพรรค.

แต่ถึงกระนั้นพรรคการเมืองทั้งหลายก็ยังเข้าใจเพียงฉาบฉวย เป็นเพียงความห่วงใยต่ออนาคตของพรรคเท่านั้น มิใช่ตระหนักต่ออนาคตของประชาชน เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองจึงนำนโยบายที่หลากสีฉูดฉาดและบางเบามาหาเสียง ทุกพรรคหลีกเลี่ยงการนำนโยบายแก้ปัญหาถึงรากเหง้าซึ่งกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมเป็นสัญญาประชาคมในการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะทุกพรรคไม่กล้าหาญพอที่จะต่อสู้กับกำแพงชนชั้นที่ขวางกั้นประชาชนไม่ ให้เข้าถึงอำนาจการเมือง ขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจและเกียรติยศในสังคม

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2554

นโยบายสาธารณะของไทย : ต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร

ศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา


ความจริงคิดเรื่องการเงินท้องถิ่นมาพักหนึ่งแล้ว โดยคิดว่าปัญหาของท้องถิ่นตอนนี้ได้เงินฟรีจากรัฐบาลที่มาจากภาษีของคนทั่วไป ไม่ได้เกิดจากคนในท้องถิ่นโดยตรง ดังนั้นจึงคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบของการใช้เงินและการ ตรจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Account Ability) เพราะขณะนี้การตรวจสอบมีความเบาบางและแผ่วบางมาก

ขณะนี้ระบบราชการไทยมีเรื่องนี้อยู่น้อย โดยเฉพาะในรัฐบาลของคุณทักษิณ ชินวัตร แม้ในช่วงนั้นคุณทักษิณจะทำให้เกิดคำว่า ประชาธิปไตยกินได้ แต่ก็ยังขาดการตรวจสอบอยู่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาตรงนี้ผมอยากให้นำรายได้จากภาษีทรัพย์สินและปลูกสร้างทั้ง หมดยื่นให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ดูแล โดยให้มีการเก็บภาษีออกเป็น 3 ระดับ คือ 1.เก็บจากการประเมินราคา 2.เก็บจากกำหนดอัตราการประเมิน และ 3.เก็บจากการเดินไปเก็บกับประชาชนหรือการเรียกเก็บ