ใจ อึ๊งภากรณ์
เราเริ่มเห็นภาพของ “ข้อตกลง” ไม่ว่าจะทางการหรือไม่ ระหว่างอำมาตย์กับพรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้ และเพื่อให้แกนนำเพื่อไทยถูกกลืนกลับไปเป็นพรรคพวกของอำมาตย์เหมือนเดิม เพราะพรรคไทยรักไทยในอดีตก็เคยเป็นพวกเดียวกับอำมาตย์ก่อนที่จะทะเลาะกันอำมาตย์กีดกันไม่ให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลยาก เพราะเสียงประชาชนชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยแสดงความยินยอมที่จะ “ปรองดอง” แบบยอมจำนนต่ออำมาตย์ เพื่อแลกกับการไม่ถูกล้ม โดยการสัญญาว่าจะไม่เปลี่ยนอะไรมากมายในสังคมไทย สรุปแล้วในอดีตเราเห็นรัฐประหาร ๑๙ กันยา ตามด้วยรัฐประหารผ่านศาล และปัจจุบันเราเห็นรัฐประหารที่สาม ผ่านการกดดันและการปรองดองจอมปลอม และผ่านการหักหลังเสื้อแดง
ลองมาพิจารณาประเด็นสำคัญๆ เช่น กรณี 112 กรณีภาคใต้ กรณีคดีการเมืองเนื่องจากการชุมนุม และกรณีทหาร
คดี 112
๕ สิงหาคม ตำรวจจับนักศึกษาที่พึ่งจบจากม.เกษตร นรเวศย์ ยศปิยะเสถียร ในข้อหา 112 เพราะดาวน์โหลดข้อความจากอินเตอร์เน็ท นักศึกษาคนนี้โดนฟ้องโดยเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเองคือ นายนิพนธ์ ลิ้มแหลมทอง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฝ่ายกิจการนิสิต เป็นผู้มาแจ้งความดำเนินคดี

