ใจ อึ๊งภากรณ์
วันครบรอบห้าปีรัฐประหาร ๑๙ กันยา ควรเป็นวันที่มีการนำนาย สนธิ บุญยรัตกลิน มาขึ้นศาลในข้อหากบฏต่อประชาชนและล้มล้างรัฐธรรมนูญ และควรเป็นวันที่มีการนำนาย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นศาลในฐานะเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่า แต่ประเทศไทยขาดความเสมอภาค ความเป็นธรรม และเสรีภาพ และขาดรัฐบาลที่เคารพประชาชนเสื้อแดง สิ่งเหล่านี้จึงไม่เกิด
ลัทธิหรือปรัชญา “ความเสมอภาค” เป็นอาวุธทางความคิดที่สำคัญที่สุดในการทำลายลัทธิอภิสิทธิ์ชนของอำมาตย์ ที่เป็นฐานรับรองความย่ำแย่ของสังคมเรามานาน
อำมาตย์ทำรัฐประหารเพราะมองว่าพลเมืองส่วนใหญ่ “ต่ำและโง่เกินไป” “ไม่ควรมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกรัฐบาล” อำมาตย์เกลียดชังการที่รัฐบาลไทยรักไทยในอดีตนำภาษีประชาชนมาบริการประชาชน เช่นในระบบสาธารณะสุข เพราะอำมาตย์อยากเอาเงินภาษีพลเมืองมาใส่กระเป๋าของตนเอง มาเชิดชูตนเอง หรือซื้อเครื่องบินราคาเป็นล้านให้ตัวเองนั่ง อำมาตย์เกลียดระบบรัฐสวัสดิการและประมุขของเขาได้เคยพูดไว้เป็นหลักฐานด้วย เขาชอบให้คนจนพอเพียงกับความจน ไม่อยากให้มีการกระจายรายได้ ดังนั้นเราต้องรณรงค์ให้มีรัฐสวัสดิการและการกระจายรายได้ ภายใต้แนวคิด “ความเสมอภาค”
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใจ อึ๊งภากรณ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใจ อึ๊งภากรณ์ แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ข้อตกลงระหว่างเพื่อไทยกับอำมาตย์
ใจ อึ๊งภากรณ์
เราเริ่มเห็นภาพของ “ข้อตกลง” ไม่ว่าจะทางการหรือไม่ ระหว่างอำมาตย์กับพรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้ และเพื่อให้แกนนำเพื่อไทยถูกกลืนกลับไปเป็นพรรคพวกของอำมาตย์เหมือนเดิม เพราะพรรคไทยรักไทยในอดีตก็เคยเป็นพวกเดียวกับอำมาตย์ก่อนที่จะทะเลาะกันอำมาตย์กีดกันไม่ให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลยาก เพราะเสียงประชาชนชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยแสดงความยินยอมที่จะ “ปรองดอง” แบบยอมจำนนต่ออำมาตย์ เพื่อแลกกับการไม่ถูกล้ม โดยการสัญญาว่าจะไม่เปลี่ยนอะไรมากมายในสังคมไทย สรุปแล้วในอดีตเราเห็นรัฐประหาร ๑๙ กันยา ตามด้วยรัฐประหารผ่านศาล และปัจจุบันเราเห็นรัฐประหารที่สาม ผ่านการกดดันและการปรองดองจอมปลอม และผ่านการหักหลังเสื้อแดง
ลองมาพิจารณาประเด็นสำคัญๆ เช่น กรณี 112 กรณีภาคใต้ กรณีคดีการเมืองเนื่องจากการชุมนุม และกรณีทหาร
คดี 112
๕ สิงหาคม ตำรวจจับนักศึกษาที่พึ่งจบจากม.เกษตร นรเวศย์ ยศปิยะเสถียร ในข้อหา 112 เพราะดาวน์โหลดข้อความจากอินเตอร์เน็ท นักศึกษาคนนี้โดนฟ้องโดยเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเองคือ นายนิพนธ์ ลิ้มแหลมทอง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฝ่ายกิจการนิสิต เป็นผู้มาแจ้งความดำเนินคดี
Labels:
ใจ อึ๊งภากรณ์,
นปช. พรรคเพื่อไทย,
อำมาตย์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
3 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง ทำไมอภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือดยังเป็นนายก?
ใจ อึ๊งภากรณ์
สามสัปดาห์หลังการเลือกตั้ง แต่ไม่มีรัฐบาลใหม่ที่มาจากเสียงประชาชน และอภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือดยังเป็นนายก ปรากฏการณ์นี้ตรงข้ามกับหลักการประชาธิปไตยพื้นฐานกกต. ซึ่งถูกแต่งตั้งโดยอำมาตย์และประกอบไปด้วยคนที่ไม่เห็นด้วยกับประชาธิปไตย “เสือก” ในเรื่องของผลการเลือกตั้ง และพวก “ข้าราชการ”รับใช้อำมาตย์เหล่านี้ คิดว่าตัวเองมีความสำคัญมากกว่าประชาชนไทยหลายล้านคนที่ลงคะแนนเสียง มันขัดกับหลักการว่าอำนาจอธิปไตยต้องอยู่กับบวงชนพลเมืองไทยโดยสิ้นเชิง และมันเป็นการสืบทอดความคิดดูหมิ่นพลเมืองว่า “ไม่มีวุฒิภาวะ” ที่จะเลือกรัฐบาลหรือ สส. เอง โดยไม่มี “ผู้รู้ชนชั้นกลาง” มาคอยกรอง นี่คืออคติที่นำไปสู่รัฐประหาร ๑๙ กันยาแต่แรก และวิกฤตการเมืองเรื้อรังของไทย
ในระบบการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย ควรเปิดสภาทันทีและตั้งรัฐบาล กกต. ไม่ควรมีสิทธิ์อะไรที่จะรับรอง สส. เลย แต่ถ้าพบภายหลังว่า สส. คนไหนโกงการเลือกตั้งจริงๆ ก็ควรจะปลดออกหลังการตั้งรัฐบาลและการเปิดสภา แล้วนำบุคคลเหล่านั้นมาขึ้นศาล แต่กฏหมายและรัฐธรรมนูญไทยไม่ได้ใช้แนวคิดประชาธิปไตย เน้นความสำคัญของชนชั้นนำมากกว่า นี่คือเรื่องที่ต้องรีบเปลี่ยน
วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ประชาชนปฏิเสธเผด็จการมือเปื้อนเลือดอย่างชัดเจน
ใจ อึ๊งภากรณ์
การเลือกตั้งครั้งนี้พิสูจน์อย่างเถียงไม่ได้เลย ว่าประชาชนไทยส่วนใหญ่ มีวุฒิภาวะและอุดมการณ์ประชาธิปไตย เพียงพอที่จะปฏิเสธเผด็จการมือเปื้อนเลือดของอำมาตย์ และสิ่งที่น่ามหัศจรรย์คือมันเป็นชัยชนะของพรรคเพื่อไทยภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะฝ่ายอำมาตย์ปิดกั้นสื่อ และกลั่นแกล้งสร้างอุปสรรค์ให้กับเพื่อไทยและคนเสื้อแดงมาตลอดแต่คำถามสำคัญหลังการเลือกตั้งคือ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะมีวุฒิภาวะและอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่เท่าเทียมกับประชาชนผู้เลือกหรือไม่ และจะเดินหน้าพัฒนาสิทธิเสรีภาพกับประชาธิปไตย หรือจะประนีประนอมแบบสกปรกกับฝ่ายเผด็จการ
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พิสูจน์ว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่ก่อตั้งในค่ายทหาร หลังการยุบพรรคพลังประชาชน ไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่เลย และประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนขบวนการเสื้อแดงมาตลอด มันพิสูจน์อีกว่าพวกชนชั้นกลาง สื่อมวลชน เอ็นจีโอเหลือง และพวกพันธมิตรฯ โกหกเวลาพยายามแสวงหาความชอบธรรมกับการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา ภายใต้อคติหลอกลวงว่า “มีการโกงการเลือกตั้งในอดีตโดยไทยรักไทย” หรือ “ประชาชนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงข้อมูลและไม่เข้าใจประชาธิปไตย” สรุปแล้ว พวกที่สนับสนุนรัฐประหาร ๑๙ กันยา สนับสนุนพันธมิตรฯ สนับสนุนการปราบปรามคนเสื้อแดง หรือสนับสนุนการฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ล้วนแต่เป็นคนส่วนน้อย ที่โกหกบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับสังคมไทย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนชั้นสูง ซึ่งตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับผลประโยชน์ของประชาชนคนจน
วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ทำไมชาวสังคมนิยมต้องเรียกร้องให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย
ใจ อึ๊งภากรณ์
ธรรมดาแล้วนักสังคมนิยมจะไม่ไปลงคะแนนเสียง หรือเรียกร้องให้ประชาชนไปลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองที่เป็นพรรคนายทุน โดยเฉพาะเวลาพรรคนั้นไม่มีนโยบายรัฐสวัสดิการหรือนโยบายสังคมนิยมอะไรทั้งสิ้น แต่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในต้นเดือนกรกฏาคม ๒๕๔๔ นี้ เป็นการเลือกตั้งพิเศษชาวสังคมนิยมจะต้องไปลงคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคนายทุน เพราะเป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งนี้ของฝ่ายอำมาตย์ คือการฟอกตัวและพยายามพิสูจน์ความชอบธรรมในการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา ในการล้มรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ในการตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในค่ายทหาร และในการเข่นฆ่าประชาชนเสื้อแดงที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปีที่แล้ว เรายอมไม่ได้
ลองนึกภาพ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมาก (ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้) หรือถ้าพรรคประชาธิปัตย์สามารถทำแนวร่วมกับพรรคงูเห่าเล็กๆ เพื่อได้เสียงมากกว่าพรรคเพื่อไทย คนอย่างอภิสิทธิ์จะพองตัวเหมือนคางคกโอ้อวดความชอบธรรม จะมีคนของมันออกมาพูดว่า “เห็นไหม? พรรคไทยรักไทยหรือพรรคของทักษิณโกงการเลือกตั้งมานานในอดีต คราวนี้เราเห็นเสียงแท้ของประชาชน และเราเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องมีรัฐประหารและการปราบพวกของทักษิณ” เรายอมให้เขาพูดแบบนี้ไม่ได้
Labels:
การเลือกตั้ง,
ใจ อึ๊งภากรณ์,
พรรคเพื่อไทย
วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ในระบบประชาธิปไตยอังกฤษ พรรคไหนมีสิทธิ์ตั้งรัฐบาล?
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
เนื่องจากฝ่ายประชาธิปัตย์ และทหารอำมาตย์พยายามหาทุกทางที่จะตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะได้เสียงข้างมากของประชาชนหรือไม่ ผมขอเล่าถึงกติกาการตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งของอังกฤษในประเทศอังกฤษมี "ทำเนียม" กติกาประชาธิปไตย เพราะอังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญ ใช้กฏหมายบวกกับทำเนียมในการกำหนดกติกา ข้อดีตรงนี้คือมันเปลี่ยนตามกระแสประชาชนง่ายขึ้น ไม่จารึกเป็นหิน และขบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนมีอิทธิพลได้บ้าง
1. ในกรณีที่พรรคไหนได้ที่นั่งเกินครึ่งหนึ่งของสภา พรรคนั้นตั้งรัฐบาลได้ทันที ไม่มีข้อถกเถียงเลย บางครั้งถ้าเสียงเกินครึ่งแค่หนึ่งหรือสองที่นั่ง อาจทำข้อตกลงกับพรรคเล็กๆเพื่อกันอุบัติเหตุ เช่น ส.ส. ตาย หรือ ส.ส. เดินทางมาลงคะแนนในสภาไม่ได้
2. ในกรณีที่ไม่มีพรรคไหนได้เกินครึ่งของสภา อย่างที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปีที่แล้ว ที่รัฐบาลพรรคแรงงานอังกฤษยุบสภาแล้วเสียที่นั่งไปมาก ตามทำเนียมเก่า... พรรครัฐบาลเก่ามีสิทธิ์ที่จะพยายามสร้างแนวร่วมกับพรรคอื่นก่อนเพื่อนได้ แต่ในยุคนี้ประชาชนจำนวนมากมองว่าวิธีนี้ไม่มีความชอบธรรม เพราะถ้าพรรคของอดีตรัฐบาลแพ้การเลือกตั้ง จนมีเสียงน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสภา ต้องถือว่าประชาชนหันหลังไม่เอารัฐบาล ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลควรมีน้ำใจประชาธิปไตยและลาออก เมื่อปีที่แล้ว พรรคแรงงานพยายามลองสร้างแนวร่วมกับพรรคเสรีนิยม แต่พรรคเสรีนิยมไม่เอา Gordon Brown เลยลาออก แต่ถ้าเขาตั้งรัฐบาลได้ คนส่วนใหญ่ก็จะมองว่าขาดความชอบธรรม และจะต่อต้านรัฐบาลมากขึ้น
Labels:
การจัดตั้งรัฐบาล,
ใจ อึ๊งภากรณ์,
อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
เจาะลึก “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง”
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
วันนี้ สุชาดา จักรพิสุทธิ์ อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร สารคดี และกรรมการบริหารสำนักข่าวประชาธรรมประกาศเปิดตัวเวปไซท์ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” ซึ่งอ้างตัวเป็น “อีกทางเลือกข่าวเชิงลึก” สำหรับคนไทย และเน้นการเปิดโปงคอรรับชั่น
แต่ก่อนที่ท่านจะหลงคิดว่าอันนี้เป็นเวป์ทางเลือกจริงๆ กรุณาพิจารณา “ข้อมูลเชิงลึก” ดังต่อไปนี้
1. “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” ได้รับเงินทุนทั้งหมดจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐบาลไทย ที่ได้ทุนจากการเก็บภาษีของรัฐไทย เอ็นจีโอไทยชอบขอเงินจากองค์กรนี้
2. เมื่อลองค้นหาข้อมูล “เชิงลึก” ในเวป์ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” เรื่องกฏหมาย 112 ซึ่งเป็นปัญหายักษ์ใหญ่ในไทย หรือข้อมูลเกี่ยวกับการฆ่าประชาชนมือเปล่าที่ราชประสงค์และผ่านฟ้า หรือข้อมูลเรื่องงบลับของทหาร หรือการโกงกินในโครงการหลวง หรือการโกหกของ ศอฉ. หรือการโกงกินของนักการเมืองประชาธิปัตย์ ท่านจะไม่พบอะไรทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ามีการ “เปิดโปง” เรื่อง คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554
ขบวนการเสื้อแดงกับปัญหาการเลือกตั้ง
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
คนเสื้อแดงรู้ดีว่าอำมาตย์กำลังจะโกงการเลือกตั้งด้วยวิธีหลากหลาย ... ตั้งแต่การทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา การยุบพรรค การตัดสิทธิ์นักการเมือง การร่างรัฐธรรมนูญทหาร การใช้ กกต. เป็นเครื่องมือ การติดสินบนและการข่มขู่ให้นักการเมืองเปลี่ยนข้าง และการคุมสื่อด้วยกฏหมายเผด็จการ นอกจากนี้เราเริ่มมองออกว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย หวังแต่จะพึ่งบุญเก่าและไม่คิดค้นนโยบายใหม่ๆ ที่จะครองใจประชาชน ซึ่งอาจยิ่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามโกงการเลือกตั้งได้ง่ายขึ้นแต่คนที่เสนอว่า “การเลือกตั้งไม่สำคัญ” โดยอ้างว่าต้องการโค่นอำมาตย์อย่างเดียวแทน เป็นคนที่ไม่เข้าใจพลวัตของการต่อสู้และความเชื่อมโยงระหว่างการต่อสู้ประจำวันกับการปฏิวัติ และที่แย่กว่านั้น บ่อยครั้งคนที่เสนอว่าเราต้องหันหลังกับการเลือกตั้ง เป็นคนที่ไม่มีข้อเสนออะไรเลยที่เป็นรูปธรรมนอกจากการด่าเบื้องบนหรือคนที่มองต่างมุมกับตนเอง
Labels:
การเลือกตั้ง,
คนเสื้อแดง,
ใจ อึ๊งภากรณ์,
นักโทษการเมือง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)