เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554

ทางตันและทางออกของชนชั้นนำไทย ๑

โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
ที่มา : มติชน

ผมเดาไม่ออกหรอกว่า ขบวนการเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวอย่างไรในปีนี้ แต่ที่ผมแน่ใจก็คือ เขามีหนทางของเขาอย่างแน่นอน และถ้าดูจากความคึกคัก (ทั้งกิจกรรมและจำนวนผู้เข้าร่วม) ของการเคลื่อนไหว หลังจากการล้อมปราบอย่างป่าเถื่อนในเดือนพฤษภาคม 2553 แล้ว ผมก็แน่ใจด้วยว่าขบวนการเสื้อแดงในปีใหม่นี้ จะไม่อ่อนกำลังลง มีแต่จะเข้มแข็งขึ้น

ส่วนจะผูกพันกับพรรคเพื่อไทยแค่ไหนนั้นเดาไม่ ถูก แต่ผมออกจะสงสัยว่า จะผูกพันกันน้อยลงมากกว่ายิ่งเหนียวแน่นขึ้น อย่างน้อยก็เพราะขบวนการเสื้อแดงไม่ต้องอาศัยเครือข่ายของนักการเมือง ในการระดมกำลังเคลื่อนไหว จะเห็นความเป็นอิสระของเสื้อแดงได้ชัด หากย้อนกลับไปคิดถึงการเคลื่อนไหวในระยะแรกๆ ของ นปช.

ตรงกันข้ามกับ เสื้อแดง ผมคิดว่าการเมืองของกลุ่มชนชั้นนำกลับหมดทางพลิกแพลง มองไม่เห็นว่าเขาจะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไรมากไปกว่าที่ได้ทำมาแล้วตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และการณ์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่สามารถนำ "สถานะเดิม" ทางการเมืองกลับมาได้ จนถึงนาทีนี้ ผมยังมองไม่เห็นว่าพวกเขามียุทธวิธีอะไรใหม่ๆ มากไปกว่าเดิม ฉะนั้นในปีใหม่นี้เขาก็คงทำอย่างที่ได้ทำมาแล้ว และล้มเหลวที่จะดึงประเทศไทยกลับไปสู่ "ความมั่นคง" ประเภทที่พวกเขาต้องการได้

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ปรับปรุงทัศนคติและพฤติกรรมให้ดีขึ้น

ปีใหม่นี้ เป็นวาระโอกาสอันเหมาะสมที่เราจะตั้งปณิธานว่า เราจะสำรวจดูทัศนคติ และพฤติกรรมในปีที่ผ่านมาของเรา และปรับเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ดีไม่เหมาะให้ดีขึ้น การตั้งใจกระทำดังที่ว่านี้จะก่อเกิดคุณประโยชน์ต่อทุกคน ทุกฝ่าย รวมทั้งตัวของคุณเอง

มีเรื่องเล่าชวนหัวชวนคิดอยู่เรื่องหนึ่งดังนี้...

เมื่อคุณ “ฟั่น” กลับมาบ้านหลังจากเลิกงาน “จิน” บุตรชายผู้ฉลาดเป็นกรด ซึ่งจำเป็นต้องอธิบายให้คุณพ่อฟังถึงเรื่องคะแนนสอบของตน ก็ตรงรี่เข้าไปหาคุณพ่อ พลางกล่าวว่า...

“ปาป๊าครับ!...ปาป๊าจำได้ไหมครับว่า ปาป๊าจะให้เงินรางวัลแก่ผม 2,000 บาท หากว่าผมสอบผ่านทุกวิชา?”

คุณฟั่นผู้เป็นบิดา คิดสักครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้าเป็นการยืนยันข้อตกลงดังกล่าว เมื่อเห็นดังนั้น “จิน” ผู้เป็นบุตรชาย ก็ยิ้มเริงร่าอ้าปากกว้างพูดกับบิดาด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “ถ้าอย่างนั้น ผมมีข่าวดีพิเศษมาบอก ปาป๊าครับ...คือว่า...ผมช่วยประหยัดเงิน 2,000 บาท ให้ปาป๊าแล้วนะครับ!”

พลังอำนาจของชาติ

การก่อตั้ง ดำรงอยู่ และพัฒนาต่อไปของแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญที่เรียกว่าพลังอำนาจของชาติ ความสามารถในการบริหาร จัดการของรัฐบาลของแต่ละประเทศ ที่มีต่อปัจจัยพลังอำนาจของชาติ ที่แต่ละประเทศนั้นๆมีอยู่ ก็จะส่งผลโดยตรง ต่อภาพรวมของแต่ละประเทศ ในความเป็นจริงแล้ว ความเข้มแข็งของแต่ละพลังอำนาจขึ้นอยู่กับบุคลากรที่รับผิดชอบในสาขา/งานที่เกี่ยวข้องกับแต่ละพลังอำนาจ อันได้แก่

- บุคลากรและการดำเนินงานในด้านการเมือง
-บุคลากรและการดำเนินงานในด้านเศรษฐกิจ
- บุคลากรและการดำเนินงานในด้านการทหาร
- บุคลากรและการดำเนินงานในด้านสังคมจิตวิทยา
-บุคลากรและการดำเนินงานด้านเทคโนโลยี่

การสร้างหรือการก่อกำเนิดของบุคคลากร ในแต่ละสาขาพลังอำนาจนั้นมีที่มา วิธีการที่แตกต่างกันไป
พอจะวิเคราะห์ วิจารณ์ได้ดังนี้

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

ข้อเสนอ 6 ข้อเพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์ : อริน

รุ่งโรจน์ 'อริน' วรรณศูทร

มีคำถามที่ยังคงถูกถามในท่ามกลางการชุมนุมใหญ่น้อยของฝ่ายประชาธิปไตย และในเวทีเสวนา-สัมมนาย่อยเกือบจะทั่วทุกหัวระแหงในเวลานี้ รวมทั้งตามห้องสนทนาในเว็บไซต์-หัวข้อพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ตามเว็บบอร์ด-ใน จดหมายกลุ่ม และอื่นๆ จัดเป็นคำถามยอดนิยมข้ามปี นั่นคือ "เสื้อแดงจะชนะไหม? และชนะอย่างไร?" พอๆกับคำขวัญในการชุมนุมหรือธงนำสำหรับการชุมนุมใหญ่ ที่ว่า "ไม่ชนะ ไม่เลิก"

อันที่จริงคำถามที่น่าจะให้ความสำคัญมากกว่า 2 คำถามข้างต้น น่าจะเป็นคำถามที่ว่า "อย่างไรจึงเรียกว่าชนะ" เสียมากกว่า

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ในระหว่างช่วงรณรงค์ "แนวทางฎีกา" (ซึ่งผมเคยเสนอความเห็นไว้ใน ความคิดเห็นส่วนตัวกรณีขอนิรโทษกรรม ในเว็บบอร์ดนิวสกายไทยแลนด์ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2552 หลังการประกาศ ณ เวที นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2552) ผมเสนอความเห็นไว้ในบทความ "ผลักดัน 5 ล้าน 4 แสน เจตจำนงเสรี ไปสู่การสร้างชาติไทยใหม่"

วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

ปีแห่งการจัดโครงสร้างอำนาจของสถาบันหลักของชาติ

บทสัมภาษณ์ ดร.เกษียร เตชะพีระ โดย ประชาชาติธุรกิจ

ปี 2553 เป็นปีแห่งความขัดแย้ง อย่างถึงราก นักวิชาการ ทหาร ตำรวจ ตุลาการ นักกฎหมาย ต้องนอนก่ายหน้าผาก-พลิกตำราเก่าแก่รับมือ

ดร.เกษียร เตชะพีระ ในฐานะคอลัมนิสต์-นักรัฐศาสตร์ ฟันธงว่า ปี 2554 จะเป็นปีแห่งการจัดโครงสร้างอำนาจของสถาบันหลักของชาติใหม่ พร้อม ๆ กับการกระชับพื้นที่ให้มวลชนสีแดง-สีเหลือง ค้นหาเหตุผลมาต่อสู้กัน แทนการใช้กำลัง ความรุนแรง

หากสีใดยังใช้มวลชนเป็น "เบี้ย" ถือว่าเป็นการกระทำที่ "ทุเรศ" และต้องส่งเสริมให้เกิดการ "ทะเลาะกันโดยสันติ"

บรรทัดจากนี้ไป เป็นคำทำนาย ข้อวิเคราะห์ บทวิพากษ์ และวิจารณ์ทุกโครงสร้างอำนาจ

สิ่งที่น่าจับตาที่สุดของการเมืองปี 2554 มีอะไรบ้าง
มันทับซ้อนกัน 2 เรื่อง อันแรก เป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่ช่วงรัฐประหาร 2549 ก็คือจะจัดระเบียบการเมืองยังไงให้ลงตัว เพราะว่ามันมีกลุ่มอำนาจ ซึ่งเขาดำรงอยู่จริงในทางสังคม ในทางเศรษฐกิจ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีกระบวนการที่กลั่นกรองทางการเมือง แต่กระบวนการที่กลั่นกรองนั้น ใน 3-4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่า มันก่อปัญหามากกว่าด้วยซ้ำ แปลว่าคุณจะจัดระเบียบการเมืองยังไง ที่จะดึงเอากลุ่มพลังที่ถูกกันออกไป ให้เข้ามามีที่ทางในระเบียบการเมือง และสู้กันในวงการเกมกฎกติกาทางการเมืองได้