เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

เป้าหมายการเคลื่อนไหว

ใบตองแห้ง
15 ม.ค.54

รุ่นน้องผมที่ไม่ใช่เสื้อแดงแต่เอาใจช่วยการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (มิกล้าเรียกว่าสองไม่เอา อิอิ) บ่นทันทีที่เจอหน้ากันวันจันทร์ว่า “เสียของ” เพราะมวลชนเสื้อแดงมาชุมนุมกันล้นหลามถึง 3 หมื่นกว่าคน แต่กลับลงเอยด้วยการโฟนอินของทักษิณ

โอเค ผมเข้าใจดีว่ามวลชนเสื้อแดงไม่ได้เจตนาจะมาฟังทักษิณโฟนอิน มีทักษิณหรือไม่มีเขาก็มา ในทางตรงข้าม น่าจะเป็นทักษิณต่างหากที่กลัวตกกระแส จนต้องต่อสายมาโฟนอิน

แต่เรื่องนี้ต้องตำหนิแกนนำ ที่ไม่มีความชัดเจนในแง่เป้าหมายของการเคลื่อนไหว การนำยังไม่เป็นเอกภาพ และยังไร้ทิศทางเช่นเคย แบบใครใคร่พูดพูด ไม่คิดว่าจะได้อานิสงส์ส่งผลดีผลเสียอย่างไร

ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้ปฏิเสธทักษิณ ต้องห้ามยุ่งห้ามเกี่ยว เราไม่อาจปฏิเสธว่าทักษิณเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ต่างฝ่ายต่างต้องจัดบทบาทที่เหมาะสม ทักษิณควรอยู่ในบทบาทผู้สนับสนุน หรือเดินสายรณรงค์ต่างประเทศ ปล่อยให้เสื้อแดงเคลื่อนไหวอย่างเป็นตัวของตัวเอง ภายใต้เป้าหมายร่วมกัน ถ้ามัวแต่เลอะเทอะปนเปื้อนกันไปมาก็มีแต่ผลลบ

วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554

ขยายความ "ดินแดน-ชาตินิยม" : ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

ไม่น่าเชื่อว่า "เส้น" บนแผนที่เพียงเส้นเดียว จะให้ชีวิตคนไทย 7 คน ต้องตกอยู่ในฐานะ "ตัวประกัน" จะทำให้คนเคยรักออกมาเดินขบวนขับไล่กัน และยังทำให้ "กัมพูชา" มีอำนาจต่อรองเหนือ "ไทย" บนเวทีระหว่างประเทศ

"ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักประวัติศาสตร์อุษาคเนย์แถวหน้าของเมืองไทย เห็นปรากฏการณ์ "อคติ" เรื่องเชื้อชาติ-ดินแดน ต่อ "ความไม่รู้" ในเรื่องพรมแดน-แผนที่ และต่อ "ความพยายาม" ในการปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นมา

จึง ขอโอกาสอธิบายข้อมูล-ข้อเท็จจริง ถึงกรณีพิพาทดังกล่าว ในเชิงประวัติศาสตร์ โดยหวังเพียงว่าหากคนไทยได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจเพื่อนบ้านที่มี พรมแดนติดกันกว่า 800 กิโลเมตรมากขึ้น

มีข้อสังเกตอะไรต่อกรณีคนไทย 7 คนถูกจับบ้างครับ

เกม นี้คงยาว เรื่องคงซับซ้อน พูดง่ายๆ คล้ายกับ 7 คนไปให้กัมพูชาจับเป็นตัวประกัน อำนาจต่อรองของรัฐบาลพนมเปญจึงสูงมาก มีไพ่อยู่ในมือ แต่ก็น่าสนใจว่า ตอนนี้ไพ่ชาตินิยมไทย-เสียดินแดน มีคนเล่นอยู่พวกเดียว นายกรัฐมนตรีก็ไม่เล่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ไม่เล่น ทหารก็ไม่เล่น ดังนั้น ถ้าดูไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็จะเห็นได้ว่ากระแสมันไม่ขึ้น จึงต้องไปดูว่าการชุมนุมใหญ่วันที่ 25 มกราคมนี้ กระแสจะขึ้นหรือไม่ เพราะเป็นไพ่ใบเดียวที่เหลืออยู่

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

ข้อถกเถียงที่สร้างสรรค์ ในขบวนการเสื้อแดง

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
ที่มา : ประชาไท

จุดเด่นของเราชาวเสื้อแดงคือ ขบวนการของเราเป็นขบวนการที่มีความหลากหลายทางความคิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราทราบดี และเราไม่ควรปฏิเสธ เรามีเสื้อแดงแบบ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” ซึ่งอาจมีทัศนะต่างกันภายในกลุ่ม เช่นอาจเป็นคนที่ชอบแนวทางของ อ.ธิดา หรือชอบแนวทางของคุณจตุพร ... มีเสื้อแดงรักทักษิณ มีเสื้อแดงไม่เอาทักษิณ มีเสื้อแดงวันอาทิตย์สีแดง มีเสื้อแดงรักเจ้า มีเสื้อแดงไม่เอาเจ้า มีเสื้อแดงสาย อ.สุรชัยที่เรียกตนเองว่า “สยามแดง” และพูดเอามันเพื่อสร้างภาพ มีเสื้อแดงสาย อ.เสริฐ-อ.ชูพงษ์-นปช.ยูเอสเอ ที่สร้างความสับสนและช่วยทหารโดยการเน้นด่าเจ้าเรื่องเดียว มีเสื้อแดง 24 มิถุนายน และมีเสื้อแดงสังคมนิยมอย่างผม ฯลฯ นอกจากนี้ในแต่ละพื้นที่มีกลุ่มเสื้อแดงของแต่ละชุมชนด้วย ซึ่งอาจมีมุมมองตามสายการเมืองหลากหลายที่พูดถึงไปแล้ว

เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเพื่อคัดค้านเผด็จการอำมาตย์มาถึงจุดนี้ และเรื่องประชาธิปไตยกับการคัดค้านอำมาตย์เป็นจุดร่วมที่เชื่อมพวกเราไว้ เป็นหนึ่งเป็น “เสื้อแดง” และเราก็ควรพยายามรักษาความสามัคคีท่ามกลางการต่อสู้เสมอ แต่บัดนี้เราต้องพูดความจริงด้วย ต้องยอมรับข้อแตกต่างทางแนวคิดที่มีจริง และเปิดใจพร้อมที่จะถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางและสายความคิดดังกล่าวอย่างเปิดเผย เพราะมันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเลย มันเป็นลักษณะแท้และธรรมดาของ “ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม” โดยเฉพาะขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

เราจะตั้งต้นเป็นประชาธิปไตยที่ไหน : หยุด แสงอุทัย

ในฐานที่ข้าพเจ้าได้เคยสอนวิชารัฐธรรมนูญที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อจากคุณไพโรจน์ ชัยนาม มาเป็นเวลาช้านาน เพิ่งจะได้เลิกสอนวิชานี้ที่คณะนิติศาสตร์เมื่อสองปีนี้เอง แต่ก็ได้สอนวิชานี้ที่คณะรัฐศาสตร์ต่อจากนั้น ทั้งได้เคยสอนวิชารัฐธรรมนูญและเลือกตั้งพิศดารปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์มาจนถึงในเวลาปัจจุบัน ข้าพเจ้าได้ตั้งจุดประสงค์ของการสอนวิชากฎหมายของข้าพเจ้าสองประการ คือ
  1. ให้นักศึกษามีความรู้ในวิชารัฐธรรมนูญทั่วไป และ
  2. ซึ่งเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดสำหรับข้าพเจ้า คือให้นักศึกษาเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง
สำหรับจุดประสงค์ข้อ ๑ ที่ว่าให้นักศึกษามีความรู้ในวิชารัฐธรรมนูญทั่วไปนั้นก็เพราะประเทศไทยได้ มีการปฏิวัติและรัฐประหารบ่อยครั้ง และทุกครั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ถ้านักศึกษาศึกษาแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในขณะนั้น เวลาที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็ดี หรือประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ในภายหลังก็ดี นักศึกษาก็จะไม่สามารถเข้าใจรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือที่มีการ ประกาศใช้ใหม่ได้ แต่ถ้านักศึกษาได้ศึกษาวิชารัฐธรรมนูญทั่วไป ซึ่งเป็นวิชาว่าด้วยหลักเกณฑ์ทั่วไปของรัฐธรรมนูญแล้ว นักศึกษาก็จะมีวิชานี้เป็นเครื่องมือทำความเข้าใจรัฐธรรมนูญได้ทุกฉบับ ไม่ว่าจะเป็นฉบับที่ยกเลิกแล้วหรือเป็นฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิชารัฐธรรมนูญทั่วไปนี้ทำความเข้าใจรัฐธรรมนูญต่าง ประเทศได้ด้วย เพราะวิชารัฐธรรมนูญทั่วไปนั้น เป็นวิชาที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์ทั่วไปของรัฐธรรมนูญ วิชานี้จะศึกษาว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร ? แบ่งแยกออกไปได้กี่ประเภท ? รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้อย่างไร ? ดับสูญไปได้อย่างไร ? ตลอดจนอะไรบ้างที่เป็นสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ? ในวิชารัฐธรรมนูญทั่วไปจะได้มีการสอนถึงการแบ่งแยกอำนาจและการถ่วงอำนาจ อันจะทำให้อำนาจต่าง ๆ สมดุลกันหรือที่เรียกว่าการคานกันและสมดุลกัน (Check and balance)

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

“บริหารแบบไม่บริหาร!... สู้แม้วไม่ได้เลย!!”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
8 มกราคม 2554

สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมารประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้พูดในรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ออกอากาศทางเอเอสทีวี วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม 2553 ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า มีความน่าสนใจตรงที่ สนธิเปรียบเทียบความสามารถในการบริหารประเทศ ระหว่างนายกฯทักษิณ ชินวัตร กับนายมาร์ค มุกควาย ว่า

หากตัดข้อสงสัยสองเรื่องออกไป คือ
1. ข้อสงสัยในเรื่อง ความไม่สุจริตในการบริหารประเทศ
2. ข้อสงสัยในเรื่อง ความจงรักภักดี

นายมาร์ค มุกควาย นั้น จะเทียบกับนายกรัฐมนตรีไทย ที่ชื่อ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการบริหารราชการงานแผ่นดิน หรือความสามารถในด้านอื่น ที่แสดงถึงศักยภาพความเป็นผู้นำประเทศ...

ผู้เขียนเองคิดไม่ถึงว่า คำพูดอย่างนี้ จะหลุดออกจากปากของหัวโจกฝ่ายปรปักษ์ทักษิณ ที่ชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล!