เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แก้ - ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ในมุมมองของผู้หญิง

รายการ "สิทธิ วิวาทะ ประเด็น : แก้ - ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ในมุมมองของผู้หญิง
ออกอากาศทาง ทีวีไทย TPBS ปี พ.ศ.๒๕๕๒



อุดมการณ์ประชาธิปไตย

อุดมการณ์ประชาธิปไตยจะเน้นในเรื่องสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคควบคู่กันไป

สิทธิเสรีภาพ
สิทธิ หมายถึง อำนาจอันชอบธรรมหรือความสามารถที่จะกระทำการใด ๆ ได้โดยชอบธรรม โดยอำนาจอื่นแม้กระทั่งอำนาจของรัฐจะก้าวก่ายในสิทธิของบุคคลอื่นไม่ได้

เสรีภาพ หมายถึง ความมีอิสระในการกระทำการใด ๆ ได้ตามปรารถนา แต่มีขอบเขตจำกัดว่า การกระทำนั้นๆ จะต้องไม่ละเมิดกฎหมายหรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น โดยเสรีภาพที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานได้แก่ เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เสรีภาพในการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมือง ฯลฯ

สิทธิและเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยจำแนกได้ดังนี้
1. เสรีภาพในการพูด การพิมพ์ และการโฆษณา โดยรัฐประชาธิปไตยจะอนุญาตให้มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ต้องไม่หยาบคายลามก หมิ่นประมาท หรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนี้มีค่าสูงมาก เพราะเชื่อว่า หากยอมให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีแล้ว การขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น

2. เสรีภาพในการนับถือศาสนา คนทุกคนย่อมมีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะเลือกนับถือหรือศรัทธาในศาสนาใดศาสนาหนึ่งแต่บุคลก็ไม่สารถที่จะปฏิเสธกฎหมายของรัฐซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักการทางศาสนาของเขา แต่ในบางประเทศที่เคารพเสรีภาพสูงมาก เช่น สหรัฐอเมริกา การหลีกเลี่ยงกฎหมายของประเทศเพราะขัดหลักการทางศาสนา ได้รับการยอมรับว่าเป็นการกระทำที่ไม่ผิดกฎหมาย จึงไม่ต้องรับโทษแต่ประการใด

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ทางตันของคณะรัฐประหารและรัฐบาลประชาธิปัตย์

"ทางตันของคณะรัฐประหารและรัฐบาลอภิสิทธิ์ชน จนร้องหาความปรองดอง"

การเมืองไทย 2553 : ทางตันของคณะรัฐประหารและรัฐบาลประชาธิปัตย์

โดย รศ.ดร.วรพล พรหมิกบุตร
คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

1.ภูมิหลังปัญหาและความต่อเนื่องของความขัดแย้งการรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 มิได้มีเป้าหมายเพื่อมุ่งกำจัดพรรคไทยรักไทยเท่านั้น แต่ต้องการกำจัดการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อการหวนคืนสู่อำนาจของการเมืองระบอบคณาธิปไตย โดยรัฐสภาที่มีเครือข่ายคณะรัฐประหารในกองทัพ ผู้ร่วมผลประโยชน์ภายนอกกองทัพ (ดังปรากฏบทบาทและตัวตนของบุคคลรวมทั้งองค์กรต่างๆหลากหลายวิชาชีพในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา) ร่วมกันสืบทอดอำนาจปกครองโดยอาศัยรัฐธรรมนูญ 2550 และกฎหมายอื่นทั้งที่มีอยู่แล้วและที่บัญญัติขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะสำหรับการสืบทอดอำนาจภายในเครือข่ายคณะรัฐประหาร(รวมทั้งการกำจัดปรปักษ์ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย)

วิธีการหวนคืนสู่ระบอบคณาธิปไตยและสืบทอดอำนาจการเมืองการปกครองของเครือข่ายคณะรัฐประหาร 2549 กระทำเป็นกระบวนวิธีมีลำดับขั้นตอน โดย
1.1 ยึดอำนาจการเมืองด้วยกำลัง วันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 แต่ภายหลังได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตนเอง
1.2 จัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร
1.3 มอบหมายให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารเขียนบทบัญญัติทางกฎหมายกำหนดขั้นตอน ซ่อนวิธีสืบทอดอำนาจ และการควบคุมการเมืองการปกครองในรัฐสภาโดยใช้กฎหมายหรือนิติวิธี สืบเนื่องต่อจากช่วงเวลาที่ต้องการควบคุมด้วยกำลังอาวุธ (ได้แก่ บทบัญญัติว่าด้วยวุฒิสภา บทบัญญัติว่าด้วยการสรรหาองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาลเป็นสำคัญ)

เวทีประชาธิปไตยชุมชน

เวทีประชาธิปไตยชุมชนวันที่สองคึกคัก ยื่น 5 ข้อเสนอเชิงนโยบาย และปัญหาเร่งด่วน 5 ภาค นายกฯโปรยยาหอมรับทุกข้อ เตรียมงบ 700 ล้านให้ตำบลละแสนภายใน 2 ปี ผลักดัน ปชต.ทุกหมู่บ้านไปสู่สมานฉันท์แผ่นดิน เติมหลักสูตรใส่การศึกษาทุกระดับ ให้ อปท.มีอิสระหนุนงบองค์กรชุมชน เปิดพื้นที่รากหญ้าในสื่อสาธารณะ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ สภาพัฒนาการเมือง(สพม.) จัด “สมัชชาประชาธิปไตยชุมชน สู่การเมืองภาคพลเมืองที่เข้มแข็ง” เป็นวันที่สอง โดยมี ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ ประธาน สพม. ภาคีเครือข่ายพัฒนาการเมือง 76 จังหวัดทั่วประเทศ หน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมารับ “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่การจัดทำนโยบายสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยชุมชนและความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมือง” จากตัวแทนสมัชชาประชาธิปไตยชุมชน

นายสน รูปสูง รองประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่าข้อจำกัดในการพัฒนาประชาธิปไตยที่ผ่านมาเพราะภาคราชการและ อปท.ไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดการตนเองอย่างแท้จริง ดังนั้นประชาธิปไตยชุมชนจะเป็นรากฐานการพัฒนาประชาธิปไตยของชาติและการปฏิรูปเพื่อความเข้มแข็งของประเทศ ทั้งนี้มีตัวอย่างความสำเร็จที่สภาพัฒนาการเมืองได้ดำเนินการหรือต่อยอดในจังหวัดนำร่องทั่วประเทศช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เช่น ชุมชนอนุรักษ์ป่าพรุแม่รำพึง จ.ประจวบคีรีขันธ์, บ้านสามขา จ.ลำปาง ที่ประชุมยืนยันจะนำกระบวนการดังกล่าวไปปฏิบัติในระดับชุมชน ร่วมกับภาครัฐ อปท.และองค์กรต่างๆเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ทั้งระดับชุมชนและระดับจังหวัด โดยมีนโยบายที่เหมาะสม จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลนำไปจัดทำนโยบายสนับสนุนประชาธิปไตยชุมชนและการเมืองภาคพลเมืองอย่างสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 78(7) และมาตรา 87 ดังนี้

จะสร้างประชาธิปไตยให้เป็นจริง ได้อย่างไร ?

จะสร้างประชาธิปไตยให้เป็นจริงในประเทศไทย ได้อย่างไร ?

การมุ่งไปสู่การเป็นสังคมประชาธิปไตย คือ อุดมคติของประชาชนในประเทศทั้งหลายทั่วโลกในยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ผู้ซึ่งมีลัทธิประชาธิปไตยเป็นอุดมการณ์ หรือเป็นอาวุธทางความคิด ที่ใช้เป็นวิธีคิดสร้างสังคมให้เป็นประชาธิปไตยอันเป็นความมุ่งหมายสูงสุด สังคมที่เป็นความใฝ่ฝันอันสูงสุดของมนุษยชาติ คือสังคมที่มีความไพบูลย์ ความสันติสุข อิสรภาพ เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ ซึ่งเรียกขานกันทั่วไปว่า “สังคมประชาธิปไตย”

การสร้างสังคมประชาธิปไตยด้วยลัทธิประชาธิปไตยนั้นจะบรรลุความสำเร็จได้จริง จะต้องสร้างให้ครบองค์ประกอบที่สำคัญของระบบสังคมทั้ง 3 ด้าน คือ การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม นั่นคือ จะต้องมีการเมืองประชาธิปไตย โดยมีด้านการเมืองเป็นองค์ประกอบนำ ด้านเศรษฐกิจเป็นองค์ประกอบด้านรากฐาน และด้านวัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบส่วนบนภาพสะท้อน เพราะคำว่า “ระบบสังคม” คือ ทุกส่วนทุกด้านของสังคมนั่นเอง

สังคมประชาธิปไตยเป็นสังคมเปิด เป็นสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลาย เป็นสังคมแบบพหุนิยม ไม่ใช่แบบเอกนิยม หรือทวินิยม ดังนั้นจึงมีความคิดจิตสำนึกของสังคมที่มีจุดยืนบนผลประโยชน์ส่วนรวม มีทรรศนะที่กว้างขวางไม่ยึดติดคับแคบด้านใดด้านหนึ่ง เช่น วัตถุนิยม หรือจิตนิยม มีมรรควิธีวิทยาศาสตร์และเหนือวิทยาศาสตร์ การเมืองของสังคมประชาธิปไตย คือ การเมืองประชาธิปไตย, เศรษฐกิจของสังคมประชาธิปไตย คือ เศรษฐกิจประชาธิปไตย, วัฒนธรรมของสังคมประชาธิปไตย คือ วัฒนธรรมประชาธิปไตย