เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองภาคพลเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองภาคพลเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คนเสื้อแดง “Agent of Change ?”: บทสำรวจบางประการ

ภาคิไนย์ ชมสินทรัพย์มั่น นิสิตปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


บทนำ

การต่อสู้ทางการเมืองของคนเสื้อแดงที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนหน้า 19 กันยา 49 เล็กน้อยจนถึงปัจจุบัน ได้สั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองมาโดยตลอด หากว่าสังเกตดีๆก็จะพบสิ่งที่น่าสนใจหลายประการในกลุ่มคนเหล่านี้ อาทิเช่น คนเสื้อแดงส่วนใหญ่เริ่มต้นการต่อสู้ทางการเมืองแบบ “ไม่มีอะไรในหัว” มาก่อนเลยแต่กลับสู้ยิบตาลองผิดลองถูกตลอด หรือว่าแนวร่วมคนเสื้อแดง “ผู้คร่ำหวอด” ในการต่อสู้ทางการเมืองมาตั้งแต่ภายหลังการพังทลายของระบอบเผด็จการทหาร 14 ตุลาฯมาร่วมแจมแต่กลับไม่มีอิทธิพลต่อคนเสื้อแดงในแนวกว้างมากนัก หรือว่าผู้นำคนเสื้อแดงในรูปแบบกลุ่มนายทุนโลกาภิวัฒน์และพรรคการเมืองในระบบที่เต็มไปด้วยการหนุนหลังของชนชั้นนำมากมายตั้งแต่ข้าราชการจนไปถึงหัวคะแนนในระดับชุมชนซึ่งแม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ยังคงมีอิทธิพลอยู่มาก เป็นต้น...

ปรากฎการณ์การต่อสู้ทางการเมืองของคนเสื้อแดงนับว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของไทย ทำไมผมจึงกล่าวว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ หากพิจารณาการต่อสู้ทางการเมืองในอดีตเราจะเห็นตัวละครในการเมืองไทยเพียงไม่กี่ตัวละครเท่านั้นที่ “กึ่งผูกขาด” ในการต่อสู้ ก่อนและหลัง 2475 การต่อสู้ทางการเมืองจำกัดอยู่เพียงแค่ภายในหมู่ชนชั้นนำจนกระทั่งก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ เมื่อนักศึกษา พรรคประชาธิปัตย์ นายทหารฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจอมพลถนอม และเครือข่ายอนุรักษ์นิยม ได้ร่วมเป็นพันธมิตรระหว่างกันเพียงชั่วคราวเพื่อโค่นล้มระบอบสฤษดิ์ลงไป หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ การต่อสู้ทางการเมืองจึงกลับมาวนเวียนอยู่ภายในชนชั้นนำอีกครั้งเช่นสมัยก่อนแต่ทว่าหากมีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองน้อยใหญ่เข้ามามีพื้นที่ในการต่อสู้บ้าง...

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

กฎหมายกับการพัฒนาการเมือง

การใช้อำนาจของสถาบันหลักทางการเมือง


ระบบการเมือง หมายถึง ระบบซึ่งประกอบไปด้วย ข้าราชการการเมือง พรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มผลประโยชน์ สื่อมวลชนและประชาชน การที่กลุ่มต่างๆเหล่านี้มาอยู่ร่วมกันในรูปแบบของรัฐจะมีการสร้างระบอบการปกครองมาใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตย
ระบอบการเมือง คือระบบการบริหารสังคมที่เรียกว่า “รัฐ” นั่นเอง

ในระบบการบริหารจัดการรัฐ จึงเป็นระบบของการตัดสินใจแทนรัฐโดยผู้ใช้อำนาจรัฐ เป็นการกระทำในนามของรัฐและมีผลผูกพันต่อคนในสังคมของรัฐนั้นๆต้องให้การยอมรับหรือต้องปฏิบัติตาม

ระบอบการเมือง จึงเป็นระบบการปกครองและการบริหารจัดการรัฐโดยสถาบันต่างๆและผู้ใช้อำนาจรัฐ และมีความสำคัญอย่างมากต่ออนาคตของทุกคนในสังคมรัฐนั้นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

“สภาองค์กรชุมชน” การพัฒนาที่ต้องไม่ลืมมิติการเมือง

ประธาน กป.อพช. เสนอจังหวัดปฏิบัติการ “การเมืองภาคประชาชน” ระบุสภาองค์กรชุมชน ไม่เพียงแค่มิติงานพัฒนา ต้องให้น้ำหนักกับมิติทางการเมือง ชี้สถานการณ์ทางการเมือง ณ ปัจจุบัน เป็นประชาธิปไตยแบบคู่ขนานระหว่างประชาธิปไตยแบบตัวแทน กับประชาธิปไตยชุมชน ที่เป็นการเมืองของภาคประชาชน

เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา นายไพโรจน์ พลเพชร ประธาน กป.อพช. ได้กล่าวอภิปรายในหัวข้อสภาองค์กรชุมชนจะนำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างมีพลังได้อย่างไร ในเวทีประชุมกำหนดทิศทางการสนับสนุนการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน ณ เคยูโฮม ม.เกษตรศาสตร์ จัดโดยสำนักงานสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและภาคี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อร่วมกำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์การสนับสนุนการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชน ให้สามารถประสานการขับเคลื่อนงานพัฒนาร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องอย่างมีพลัง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๔๐ คน ที่มาจากสำนักงานภาค ผู้ประสานงานสภาองค์กรชุมชน ๕ ภาค และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน ๕ ภาค

เส้นทางการเมืองภาคประชาชน
นายไพโรจน์ กล่าวเปิดประเด็นโดยชี้ให้เห็นว่า ประชาธิปไตยระบบตัวแทนแบบเสรีนิยมในบ้านเรา มีจุดเริ่มต้นมาจากการเปลี่ยนแปลงในปี ๒๔๗๕ ที่ชนชั้นนำกลุ่มหนึ่งพยายามสร้างสังคมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น โดยอาศัยระบบพรรคการเมืองเป็นสถาบันหลักในการบริหารบ้านเมือง แต่เมื่อเวลาล่วงมากว่า ๘๐ ปี ได้พิสูจน์แล้วว่าประชาธิปไตยแบบตัวแทนไม่สามารถตอบสนองปัญหา แก้ปัญหาให้กับประชาชนได้แท้จริง หนำซ้ำกลับไปซ้ำเติมสร้างปัญหาให้กับประชาชนหนักขึ้นไปอีก อย่างการพัฒนาเมกะโปรแจคโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐที่ไปสร้างผลกระทบ ริดรอนสิทธิของชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งการเมืองในระบบตัวแทนยังเป็น การเมืองที่ตอบสนองผลประโยชน์ให้กับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แก้ปัญหาไม่ได้ซ้ำยังให้ผลประโยชน์แก่ตัวเองและพวกพ้อง พ่อค้าเขียนโครงการ ข้าราชการชงเรื่อง พรรคการเมืองกินงาบผลาญประโยชน์ ประชาชนก็บาดเจ็บสาหัส รวมถึงระบบดังกล่าวยังไปลดทอนอำนาจอธิปไตยของประชาชนให้หายไปด้วยเมื่อประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทน

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การบริหารจัดการท้องถิ่นกับการสร้างความเป็นพลเมือง

ประสบการณ์จากประเทศเยอรมนี

แนวคิดการกระจายอำนาจในการปกครองให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นได้มีอิสระในการบริหารจัดการตนเองและเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารกิจการสาธารณะของท้องถิ่นเองนั้น ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย


ซึ่งจากประสบการณ์ของการกระจายอำนาจไปสู่การปกครองในระดับท้องถิ่นของประเทศเยอรมนี[1] พบว่า ประเทศเยอรมนีได้นำแนวคิดของการบริหารจัดการท้องถิ่น (Local Governance) มาใช้อันมีนัยยะสำคัญถึง “การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนในรูปแบบใหม่ โดยเน้นให้รัฐมีบทบาทในการสร้างความเป็นพลเมืองให้แก่ประชาชน ซึ่งหมายถึง ผู้ที่มีความรับผิดชอบในกิจการสาธารณะของเมือง/ชุมชน” ทั้งนี้ โดยได้มีการนำแนวคิดการจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management: NPM) มาใช้ในการออกแบบองค์กรและรูปแบบการทำงานของหน่วยงานรัฐในระดับท้องถิ่นให้เหมาะสมกับการส่งเสริมให้ภาคประชาชน และภาคธุรกิจเอกชนได้มีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะของท้องถิ่นได้มากขึ้น อันสอดคล้องกับเป้าหมายของหลักการกระจายอำนาจทางการเมือง (Political Decentralization) ที่ต้องการสร้างให้เกิดความเป็นพลเมืองในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีความตื่นตัว ไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันและกัน และร่วมรับผิดชอบในการกิจการสาธารณะ รวมทั้งมี commitment ในทางการเมือง

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประชาธิปไตยทางตรงคืออะไร?

ประชาธิปไตยทางตรงคืออะไร? ชาวบ้านพบอุปสรรคอะไรบ้างในการเสนอข้อบัญญ­ัติท้องถิ่น ตามแนวทางของกฎหมายการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งข­องผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าชื่อร้องขอต่อประธานสภาท้องถิ่­นเพื่อดำเนินการให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข­้อบัญญัติได้? ในการเสนอถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น และทางออกควรเป็นอย่างไร ชาวบ้านพบอุปสรรคอะไร?





ผู้เข้าร่วมรายการ
1.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรทัย ก๊กผล ผู้อำนวยการ วิทยาลัยพัฒนาการปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า
2.คุณประยงค์ ดอกลำใย รองผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ
3.คุณหอมหวล บุญเรือง ประธานโครงการอนุรักษ์ขุนน้ำดอยแม่ออกฮู อ.เวียงชัย จ.เชียงราย
4.คุณพรเทพ ประดับพลอย นายกเทศมนตรีตำบลบางม่วง จ.นนทบุรี

ผู้ดำเนินรายการ
คุณสุนี ไชยรส

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การเมืองของพลเมืองหรือการเมืองภาคประชาชน

การเมืองของพลเมือง(Citizen Politics) หรือการเมืองภาคประชาชน คืออะไร

การเมืองของพลเมือง หมายถึง การเมืองที่ประชาชนในทุกส่วนภาคสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับนานาชาติ

เป็นการเมืองที่ประชาชนสามารถเข้าไปมีบทบาทและเข้าใจถึงสิทธิในการแสดงออกซึ่งความต้องการของตนเพื่อนำไปสู่การผลักดันให้รัฐออกกฎหมายหรือกำหนดนโยบายต่างๆที่สอดคล้องกับความต้องการของตนได้

การเมืองภาคประชาชน จึงถือเอาขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองในรูปแบบต่างที่ปรากฏในสังคมรัฐ เช่น การชุมนุม เดินขบวน เรียกร้อง เจรจาต่อรอง การพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมกับรัฐในเรื่องต่างๆ ฯลฯเป็นต้น
การเมืองแบบนี้ ประชาชนจะเป็นตัวแทนของตนเอง เป็นผู้กำหนดความต้องการของตนเองออกมาเป็นประเด็นในสังคมเพื่อนำไปสู่การเคลื่อนไหวต่อไป

ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับรัฐ จะเปลี่ยนจากการเป็นผู้อยู่ใต้อุปถัมภ์พึ่งพา แบมือขอในฐานะเป็นผู้ถูกกระทำ(Passive) มาเป็นผู้กระทำ (active) เป็นฝ่ายรุกรัฐให้กระทำตาม ดังนั้น รัฐจึงไม่ใช่ศูนย์อำนาจแต่ประชาชนคือศูนย์อำนาจเป็นผู้กำหนดความต้องการของตน ไม่ใช่รัฐ

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เวทีประชาธิปไตยชุมชน

เวทีประชาธิปไตยชุมชนวันที่สองคึกคัก ยื่น 5 ข้อเสนอเชิงนโยบาย และปัญหาเร่งด่วน 5 ภาค นายกฯโปรยยาหอมรับทุกข้อ เตรียมงบ 700 ล้านให้ตำบลละแสนภายใน 2 ปี ผลักดัน ปชต.ทุกหมู่บ้านไปสู่สมานฉันท์แผ่นดิน เติมหลักสูตรใส่การศึกษาทุกระดับ ให้ อปท.มีอิสระหนุนงบองค์กรชุมชน เปิดพื้นที่รากหญ้าในสื่อสาธารณะ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ สภาพัฒนาการเมือง(สพม.) จัด “สมัชชาประชาธิปไตยชุมชน สู่การเมืองภาคพลเมืองที่เข้มแข็ง” เป็นวันที่สอง โดยมี ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ ประธาน สพม. ภาคีเครือข่ายพัฒนาการเมือง 76 จังหวัดทั่วประเทศ หน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมารับ “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่การจัดทำนโยบายสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยชุมชนและความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมือง” จากตัวแทนสมัชชาประชาธิปไตยชุมชน

นายสน รูปสูง รองประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่าข้อจำกัดในการพัฒนาประชาธิปไตยที่ผ่านมาเพราะภาคราชการและ อปท.ไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดการตนเองอย่างแท้จริง ดังนั้นประชาธิปไตยชุมชนจะเป็นรากฐานการพัฒนาประชาธิปไตยของชาติและการปฏิรูปเพื่อความเข้มแข็งของประเทศ ทั้งนี้มีตัวอย่างความสำเร็จที่สภาพัฒนาการเมืองได้ดำเนินการหรือต่อยอดในจังหวัดนำร่องทั่วประเทศช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เช่น ชุมชนอนุรักษ์ป่าพรุแม่รำพึง จ.ประจวบคีรีขันธ์, บ้านสามขา จ.ลำปาง ที่ประชุมยืนยันจะนำกระบวนการดังกล่าวไปปฏิบัติในระดับชุมชน ร่วมกับภาครัฐ อปท.และองค์กรต่างๆเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ทั้งระดับชุมชนและระดับจังหวัด โดยมีนโยบายที่เหมาะสม จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลนำไปจัดทำนโยบายสนับสนุนประชาธิปไตยชุมชนและการเมืองภาคพลเมืองอย่างสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 78(7) และมาตรา 87 ดังนี้

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การเมืองคืออะไร ?

การเมือง คืออะไร ?

ระบบการเมือง หมายถึง ระบบซึ่งประกอบไปด้วย ข้าราชการการเมือง พรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มผลประโยชน์ สื่อมวลชนและประชาชน การที่กลุ่มต่างๆเหล่านี้มาอยู่ร่วมกันในรูปแบบของรัฐจะมีการสร้างระบอบการปกครองมาใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตย
ระบอบการเมือง คือระบบการบริหารสังคมที่เรียกว่า “รัฐ” นั่นเอง

ในระบบการบริหารจัดการรัฐ จึงเป็นระบบของการตัดสินใจแทนรัฐโดยผู้ใช้อำนาจรัฐ เป็นการกระทำในนามของรัฐและมีผลผูกพันต่อคนในสังคมของรัฐนั้นๆต้องให้การยอมรับหรือต้องปฏิบัติตามระบอบการเมือง จึงเป็นระบบการปกครองและการบริหารจัดการรัฐโดยสถาบันต่างๆผู้ใช้อำนาจรัฐ มีความสำคัญอย่างมากต่ออนาคตของทุกคนในสังคมรัฐนั้นๆอย่างเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นการใช้อำนาจของสถาบันหลักทางการเมือง ต้องมีรูปแบบของการจัดการที่ตั้งบนกฎเกณฑ์ตามระบอบการปกครองที่นำมาใช้เสมอ เช่น ถ้าเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การใช้อำนาจรัฐของสถาบันทางการเมือง ไม่ว่ารัฐบาล รัฐสภา ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมาส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจ การตรวจสอบ ให้การใช้อำนาจเป็นไปอย่างโปร่งใส ชอบธรรม ไม่ควรผูกขาดการตัดสินใจแค่เพียงการพิจารณาของครม. และรัฐสภาโดยประชาชนไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยเลย

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การเมืองภาคพลเมืองระดับท้องถิ่น

บาว นาคร*

กระบวนการพัฒนาประเทศไทยที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นการพัฒนาโดยรัฐหรือจากอำนาจส่วนกลางหรือเป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การพัฒนาไม่ตรงกับความต้องการหรือปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนเป็นเพียงผู้รอรับผลของการพัฒนาเท่านั้น

จนมาถึงยุคปัจจุบันในท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ซึ่งเป็นกระบวนการที่ก้าวข้ามอำนาจความเป็นรัฐและพรมแดนของรัฐไปสู่ความผูกพันในขอบเขตทั่วโลก โลกาภิวัตน์ไม่ได้มีเพียงมิติทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่แทรกซึมไปในทุกมิติ และกระบวนการโลกาภิวัตน์ก็ไม่ได้หมายถึงการทำให้เป็นโลกเดียวกันที่เหมือนๆกัน แต่หมายถึง การที่มนุษย์ขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ในทุกๆด้านของตน ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนซื้อขาย การลงทุนกู้ยืมเงิน การติดต่อทางข่าวสาร วัฒนธรรมและการบันเทิง กีฬา ไปในขอบเขตที่กว้างมากขึ้นจนครอบคลุมทั่วทั้งโลก โดยก้าวพ้นไปจากพรมแดนแคบๆของ รัฐชาติตนเอง

คำว่า “ชาติ” เบน แอนเดอร์สัน ได้ให้คำจำกัดความในหนังสือ ชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยมว่า ชาติคือชุมชนจินตกรรมการเมืองและจินตกรรมขึ้นโดยมีทั้งอธิปไตยและมีขอบเขตจำกัดมาตั้งแต่กำเนิด