เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม เลขทะเบียน ๘๖๙ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า

อุดมการณ์สถานักพัฒนาเพื่อประชาธิปไตย

เรา...มั่นใจว่า
ประชาธิปไตย เป็นจิตวิญญาณของเรา
ประเทศไทย เป็นของเราทุกคน
เรา ต้องร่วมกันสร้างชาติไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอไว้อาลัยต่ออการจากไปของ ดร.พีรพันธ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชาธิปไตยชุมชน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชาธิปไตยชุมชน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

ต้นแบบปฏิรูปการเมือง “ฉบับชาวบ้าน”

การแข่งขันทางการเมืองในท้องถิ่นสร้างความร้าวฉานในชุมชน


การเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อ” คือเสียงสะท้อนจากคนทั่วไป และสำหรับกลุ่มฮาร์ดคอร์หรือคอการเมือง “การเมืองเป็นเรื่องต้องมีส่วนร่วม” ความคิดเช่นนี้ปัจจุบันไม่น่าจะแตกต่างระหว่างคนเมืองและชนบท ท่ามกลางสังคมข่าวสารที่ไหลบ่า และมีปรากฏการณ์ปัจจุบันเป็นประจักษ์

โต๊ะข่าวเพื่อชุมชน พาไปร่วมกันสอดส่องความคิดทางการเมือง และทางออกของชาวบ้านจากพื้นที่ต้นแบบการเมืองสมานฉันท์…

การเมืองทำชุมชนร้าวฉาน-เสนอ“ไร้โหวต”ที่ควนรู

…การแข่งขันทางการเมืองในท้องถิ่นสร้างความร้าวฉานในชุมชน และทำให้การพัฒนาด้านอื่นๆสะดุด ทำให้ชาวบ้านเบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิมๆ จึงร่วมกันสร้างการเมืองสมานฉันท์ขึ้นมาเอง…

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

ดร.เอนก มาแล้ว (ครับ) ชูธง "ประชาธิปไตยชุมชน"

การเมืองแบบรอมชอมสามัคคี คือ คำตอบ!!!

ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เจ้าของทฤษฎี 2 นคราประชาธิปไตย เงียบหายไปพักใหญ่ แต่เมื่อไม่นานมานี้ เขาไปปาฐกถาพิเศษ เรื่อง แปรถิ่นเปลี่ยนฐาน สร้างการปกครองท้องถิ่น ในการประชุมฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

มติชนออนไลน์ นำทัศนะทางวิชาการของ ดร. เอนก มานำเสนอ ดังนี้

ดร. เอนก เปิดประเด็นว่า การบริหารการปกครองบ้านเมืองโดยทั่วไปนั้นมี 3 ระดับ จะขาดซึ่งอันใดอันหนึ่งไม่ได้ คือมีทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น โดยองค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น และระดับที่ขาดไม่ได้เลยคือ ชุมชน ซึ่งมีทั้งชุมชนที่เป็นเขตพื้นที่ และชุมชนที่เป็นภารกิจ เช่น สมาคมศิษย์เก่า หรือมูลนิธิต่างๆ เป็นต้น

สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประชาธิปไตยบ้านเรานั้น เป็นเพราะเรามักจะเข้าใจกันว่า ประชาธิปไตยทั้งสามระดับใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหมด คือการเลือกผู้แทน หรือผู้นำ ซึ่งที่จริงเราต้องแยกให้ออกว่า ประชาธิปไตยที่ว่านั้น คือ ‘ที่ไหน’ และ ‘ระดับใด’ ซึ่งแต่ละระดับต้องไม่เหมือนกัน ไม่ไปเลียนแบบประชาธิปไตยในระดับอื่น องค์กรส่วนท้องถิ่นต้องไม่เลียนแบบระดับชาติ แต่ต้องมีประชาธิปไตยของตนเองที่เรียกว่าประชาธิปไตยชุมชน

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปลดแอกสังคมเหลื่อมล้ำด้วย “ประชาธิปไตยชุมชน”

การเมืองในระบบหรือประชาธิปไตยระดับชาติ อาจเป็นเรื่องไกลตัวนามธรรมสำหรับชาวบ้าน แต่การปลดหนี้ 20 ล้านที่บ้านสามขา, สภาผู้นำตำบลนาผือ, โรงเรียนสิทธิชุมชนคูหาใต้ และ การทวงคืนป่าพรุแม่รำพึงของชาวบางสะพาน และอีกหลายต้นแบบที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ กำลังบอกว่า “ประชาธิปไตยชุมชน” คือเรื่องจริงที่สัมผัสได้

หนี้ 20 ล้าน แก้ได้ที่ "บ้านสามขา" ด้วยประชาคมและแผนชุมชน
ชาวบ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง 656 คน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำนาทำไร่ เลี้ยงสัตว์ แกะสลัก หาของป่า บางส่วนรับราชการ ค้าขาย รับจ้างทั่วไป ปัญหาร่วมคือพื้นที่ชุมชนกว่า 12,000 ไร่เป็นต้นน้ำ แต่กลับประสบปัญหาภัยแล้งจนทำเกษตรไม่ได้ กระทั่งปี 2546 ชาวบ้านไปดูงานอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำแล้วกลับมาทำฝายชะลอความชุ่มชื้นจนแก้ภัยแล้งได้ และยังนำไปสู่การตั้งกติกาห้ามตัดต้นไม้ในพื้นที่ที่กำหนดเพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำ

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เวทีประชาธิปไตยชุมชน

เวทีประชาธิปไตยชุมชนวันที่สองคึกคัก ยื่น 5 ข้อเสนอเชิงนโยบาย และปัญหาเร่งด่วน 5 ภาค นายกฯโปรยยาหอมรับทุกข้อ เตรียมงบ 700 ล้านให้ตำบลละแสนภายใน 2 ปี ผลักดัน ปชต.ทุกหมู่บ้านไปสู่สมานฉันท์แผ่นดิน เติมหลักสูตรใส่การศึกษาทุกระดับ ให้ อปท.มีอิสระหนุนงบองค์กรชุมชน เปิดพื้นที่รากหญ้าในสื่อสาธารณะ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ สภาพัฒนาการเมือง(สพม.) จัด “สมัชชาประชาธิปไตยชุมชน สู่การเมืองภาคพลเมืองที่เข้มแข็ง” เป็นวันที่สอง โดยมี ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ ประธาน สพม. ภาคีเครือข่ายพัฒนาการเมือง 76 จังหวัดทั่วประเทศ หน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมารับ “ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่การจัดทำนโยบายสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยชุมชนและความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมือง” จากตัวแทนสมัชชาประชาธิปไตยชุมชน

นายสน รูปสูง รองประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่าข้อจำกัดในการพัฒนาประชาธิปไตยที่ผ่านมาเพราะภาคราชการและ อปท.ไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดการตนเองอย่างแท้จริง ดังนั้นประชาธิปไตยชุมชนจะเป็นรากฐานการพัฒนาประชาธิปไตยของชาติและการปฏิรูปเพื่อความเข้มแข็งของประเทศ ทั้งนี้มีตัวอย่างความสำเร็จที่สภาพัฒนาการเมืองได้ดำเนินการหรือต่อยอดในจังหวัดนำร่องทั่วประเทศช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เช่น ชุมชนอนุรักษ์ป่าพรุแม่รำพึง จ.ประจวบคีรีขันธ์, บ้านสามขา จ.ลำปาง ที่ประชุมยืนยันจะนำกระบวนการดังกล่าวไปปฏิบัติในระดับชุมชน ร่วมกับภาครัฐ อปท.และองค์กรต่างๆเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ทั้งระดับชุมชนและระดับจังหวัด โดยมีนโยบายที่เหมาะสม จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลนำไปจัดทำนโยบายสนับสนุนประชาธิปไตยชุมชนและการเมืองภาคพลเมืองอย่างสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 78(7) และมาตรา 87 ดังนี้

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การเมืองภาคพลเมืองระดับท้องถิ่น

บาว นาคร*

กระบวนการพัฒนาประเทศไทยที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นการพัฒนาโดยรัฐหรือจากอำนาจส่วนกลางหรือเป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การพัฒนาไม่ตรงกับความต้องการหรือปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนเป็นเพียงผู้รอรับผลของการพัฒนาเท่านั้น

จนมาถึงยุคปัจจุบันในท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ซึ่งเป็นกระบวนการที่ก้าวข้ามอำนาจความเป็นรัฐและพรมแดนของรัฐไปสู่ความผูกพันในขอบเขตทั่วโลก โลกาภิวัตน์ไม่ได้มีเพียงมิติทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่แทรกซึมไปในทุกมิติ และกระบวนการโลกาภิวัตน์ก็ไม่ได้หมายถึงการทำให้เป็นโลกเดียวกันที่เหมือนๆกัน แต่หมายถึง การที่มนุษย์ขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ในทุกๆด้านของตน ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนซื้อขาย การลงทุนกู้ยืมเงิน การติดต่อทางข่าวสาร วัฒนธรรมและการบันเทิง กีฬา ไปในขอบเขตที่กว้างมากขึ้นจนครอบคลุมทั่วทั้งโลก โดยก้าวพ้นไปจากพรมแดนแคบๆของ รัฐชาติตนเอง

คำว่า “ชาติ” เบน แอนเดอร์สัน ได้ให้คำจำกัดความในหนังสือ ชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยมว่า ชาติคือชุมชนจินตกรรมการเมืองและจินตกรรมขึ้นโดยมีทั้งอธิปไตยและมีขอบเขตจำกัดมาตั้งแต่กำเนิด